กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้ได้ทำการสังเคราะห์ ศึกษาฤทธิ์ต้านเซลล์มะเร็ง 6 ชนิดได้แก่ เซลล์มะเร็งเต้านม (T47D และ MDA-MB-231) เซลล์มะเร็งท่อน้ำดี (HuCCA-1) เซลล์มะเร็งตับ (HepG2) เซลล์มะเร็งปอด (A549) และเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (MOLT-3) และทดสอบความเป็นพิษในเซลล์ปกติของปอด (MRC-5) ของอนุพันธ์ naphthoquinone 16 ชนิด พบว่าสารอนุพันธ์ 3 (R = 4-CH3) 8 (R = 4-NO2) และ 10 (R = 3-NO2) ที่มีหมู่ chloro (X = Cl) ในโครงสร้าง แสดงฤทธิ์ต้านมะเร็งได้ดี และมีความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติที่ต่ำ จากการศึกษาชีวโมเลกุลเป้าหมายของอนุพันธ์ดังกล่าวพบว่าอนุพันธ์ 3 8 และ 10 แสดงฤทธิ์ยับยั้ง epidermal growth factor receptor (EGFR) ด้วยค่า IC50 = 3.96 11.42 และ 18.64 nM ตามลำดับ ซึ่งอนุพันธ์ 3 แสดงฤทธิ์ได้ดีกว่า erlotinib (IC50 = 16.17 nM) ที่ใช้เป็นตัวยาอ้างอิงถึง 4 เท่า และจากผลการศึกษาทางเคมีคอมพิวเตอร์ด้วยวิธี Molecular Docking พบว่าสาร 3 สามารถเกิดอันตรกิริยาได้ดีกับ amino acid residues L718 V726 A743 K745 G796 และ L844 ภายใน ATP-binding pocket ของ EGFR
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
ได้องค์ความรู้ของสารประกอบ naphthoquinone และ bis-sulfonamide โดยใช้วิธีการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ ร่วมกับการใช้เทคนิคทางเคมีคอมพิวเตอร์ขั้นสูง เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคุณสมบัติโครงสร้างและการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของสาร และได้อนุพันธ์ naphthoquinone และ bis-sulfonamide ที่แสดงฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นยาป้องกัน/รักษาโรคได้
มีการออกแบบโมเลกุลสารอนุพันธ์ naphthoquinone และ bis-sulfonamide ให้มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีขึ้น จากประสบการณ์วิจัยและจากฐานงานวิจัยของคณะผู้วิจัยซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางโครงสร้างและการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (QSAR)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness