เมืองปัญญาประดิษฐ์ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาทำให้เมืองเกิดความหนาแน่นทั้งกิจกรรมและการเดินทางส่งผลให้เมืองขยายตัวและเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านกายภาพ เศรษฐกิจ และสังคม กระนั้นประชากรส่วนใหญ่ยังไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจากการอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองได้ จึงเป็นเหตุให้เกิดเกิดการขยายตัวของเมืองอย่างไร้ระเบียบ (Urban sprawl) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรคิดเป็นร้อยละ 0.5 ส่งผลให้พื้นที่ในเมืองเสื่อมโทรมลงในช่วงปี 2530 ก่อนจะฟื้นกลับขึ้นมาเนื่องจากการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในช่วงปี 2540 เนื่องจากประสิทธิิภาพการเชื่อมต่อพื้นที่เมืองที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองได้มากขึ้น พื้นที่ในตัวเมืองจึงฟื้นฟูอีกครั้งในขณะที่พื้นที่เมืองขยายตัวกินพื้นที่ภายนอกเมืองอย่างต่อเนื่อง (Urban footprint) โดยหากเปรียบเทียบระหว่าง พ.ศ. 2545 และปี พ.ศ. 2558 พบว่า เมืองมีการขยายตัวกว่า 16 เท่าตัวของพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ดังนั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ปริมณฑลอันมีบทบาทสำคัญทั้งเป็นเมืองมหาวิทยาลัย เมืองของการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนถ่ายระบบคมนาคมขนส่งในระดับภูมิภาค อีกทั้งด้วยการมีแผนพัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งมวลชนทางรางเชื่อมต่อศูนย์กลางธุรกิจของเมืองกับชุมชนชานเมืองให้เกิดประสิทธิภาพในการเดินทางซึ่งได้มีการเชื่อมต่อการเดินทางสู่จังหวัดปริมณฑล ทำให้เกิดแรงดึงดูดให้เกิดความต้องการด้านการเดินทางของประชาชนไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของเขตเมือง ซึ่งส่งผลให้มีการลงทุนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของภาครัฐเพื่อรองรับความต้องการของประชากรและส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี อันรวมไปถึงการลงทุนพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องการการสร้างศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัยของภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรของภาครัฐและเอกชนที่ส่งเสริมให้เมืองค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น แนวคิดการเติบโตของเมืองอัจฉริยะในพื้นที่ที่ถือเป็นการนำเอาศักยภาพสูงสุดและหาพื้นที่ชุมชนการศึกษา อันประกอบด้วย ศูนย์กลางการศึกษาระดับสูง อันประกอบด้วยการวิจัยนวัตกรรมมาเชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองอย่างแท้จริงจึงเป็นทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาของจังหวัดปทุมธานีในการควบคุมการพัฒนาเมือง ด้วยการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและชาญฉลาดในการแก้ไขปัญหาของเมืองที่กำลังวิกฤตในปัจจุบันด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำเป็นต้องรองรับการพัฒนาของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีแดงมายังสถานีรถไฟธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ให้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเชื่อมต่อรูปแบบการเดินทางของผู้คน ศูนย์รังสิตอันเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้วยนักวิจัย อาจารย์ นักศึกษาระดับป.เอก ทั้งหมด 12,076 คน คิดเป็นร้อยละ 18 ของจำนวนนักวิจัยในประเทศทั้งหมด 66,000 คน (ภาวิณี เอี่ยมตระกูล, 2556) ตลอดจนถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ Global Market Place ตามแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดปทุมธานี เพื่อส่งเสริมการเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามนโยบายของประเทศไทย และเพื่อหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความมั่งคั่งผ่าน กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ปัญญา เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ (Competitive Growth Engines) เพื่อก้าวสู่ประเทศที่มีรายได้สูง โดยเปลี่ยนจาก ทำมากได้น้อย เป็น ทำน้อยได้มาก (กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา, 2560) โดยยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ และสร้าง การบริหารจัดการสมัยใหม่ที่พร้อมดำเนินการ (Innovation Ecosystem) ทั้งใน Physical และ Digital Platforms ตลอดจนการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ และมีพื้นที่สำหรับทดสอบนวัตกรรม (Test-Bedding) อันก่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ใหม่อยู่เสมอ ด้วยปัญหาของการวิเคราะห์ข้อมูลที่ยังคงขาดความชาญฉลาดในการนำมาแก้ไขปัญหาของเมือง ตลอดจนการวางแผนและการพัฒนาเมืองที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชากรและรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน จึงทำให้เมืองเปรียบเสมือนผู้ร้ายที่กำลังสร้างการกรอบการพัฒนาที่ผิดพลาด และสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนให้บิดเบี้ยวจากความต้องการจริง จึงจำเป็นต้องทำให้สร้างต้นแบบของพื้นที่ เพื่อทำการสร้างเมืองต้นแบบ เมืองปัญญาประดิษฐ์ในเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัย ด้วยการขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือกลุ่มดิจิทัล ตลอดจนสร้างกรอบการวางแผนและการพัฒนาเมืองให้เพื่อเชื่อมโยงรูปแบบนวัตกรรมให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน พื้นที่ต้นแบบมีความจำเป็นในการสร้างการเชื่อมโยงของนวัตกรรมเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ได้จริงด้วยกระบวนการ Deep Learning (DL) : การเรียนรู้เชิงลึก และการวางกรอบแนวทางการวางแผนและการพัฒนาเมือง เพื่อพัฒนานวัตกรรมต้นแบบโดยเรียนรู้จากชุมชนและคนซึ่งเป็นผู้ใช้และถอดบทเรียนสู่พื้นที่เครือข่ายมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อย่างตรงประเด็นและเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง ในการนี้ภายใต้การดำเนินงานในส่วนของผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาเมือง จึงได้มุ่งบูรณาการการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาเมืองจากแพลตฟอร์มพัฒนาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ (1) แพลตฟอร์มการเคลื่อนที่อัจฉริยะ (2) แพลตฟอร์มสภาพแวดล้อมอัจฉริยะ (3) แพลตฟอร์มการด้านสุขภาพชองผู้สูงอายุอัจฉริยะ (4) แพลตฟอร์มด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ เพื่อนำมาใช้การวางแผนและการพัฒนาเมืองเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในจังหวัดปทุมธานี บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านพื้นที่สำหรับการแสดงผลของข้อมูล และพื้นที่สำหรับพัฒนาระบบ เพื่อเป็น Test-Bed ของโครงการ เพื่อให้เป็นพื้นที่แบ่งปันองค์ความรู้และเป็นศูนย์แห่งการแก้ไขปัญหาของเมืองของจังหวัดปทุมธานี