จีโนมิกส์และเมแทบอโลมิกส์ในวิถีเมแทบอลิซึมไคนูรีนินเพื่อทำนายลักษณะพยาธิสภาพและระดับการอุดตันของโรคหลอดเลือดและหัวใจ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคหัวใจเป็นโรคที่คร่าชีวิตทั้งคนไทยและประชากรทั่วโลกเป็นจำนวนมากในแต่ละปี โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันเป็นโรคที่พบมากเป็นเหตุการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ การลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจมีความจำเป็นควบคู่ไปกับการหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่มีความจำเพาะต่อการเกิดโรคหัวใจเพื่อจะลดความเสี่ยงหรือปรับพฤติกรรมก่อนที่จะเกิดการพัฒนาโรคหัวใจ เทคนิคเมแทโบโลมิกส์เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมเพื่อศึกษาหาตัวบ่งชี้ใหม่ๆที่มีความจำเพาะและความไวต่อการเกิดโรค ดังนั้นการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบของจีโนมิกส์ และเมแทโบโลมิกส์ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและหัวใจอุดตัน อีกทั้งศึกษาความสัมพันธ์ของจีโนมิกส์และเมแทโบโลมิกส์ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและหัวใจอุดตัน การวิจัยนี้ได้ทำการคัดเลือกอาสาสมัครทั้งเพศชายและหญิงอายุตั้งแต่ 20- 75 ปีทั้งหมด 198 รายแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือกลุ่มควบคุม กลุ่มโรคหัวใจอุดตันเรื้อรังและ กลุ่มโรคหัวใจอุดตันแบบเฉียบพลัน กลุ่มละ 66 คน จากนั้นเจาะเลือดอาสาสมัครเพื่อนำไปตรวจทางจีโนมิกส์และเมแทโบโลมิกส์ นำผลมาวิเคราะห์เพื่อหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ ผลการวิจัยพบว่าในผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเรื้อรังนั้นมีกลไกที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของการก่อโรคร่วมด้วยเช่น กระบวนการเมแทบอลิซึมของโฟลิก ไทโรซีน สารประกอบซีลีเนียม วิตามินบี 1 ทอรีน ไฮโปทอรีน ไบโอติน ไกลซีน เซอรีน ทรีโอนิน สฟิงโกลิพิด วาลีน ลิวซีน ไอโซลิวซีน อะลานิน แอสพาเทต กลูตามีน กาแลกโตส กลีเซอโรลิพิด ซิสเทอีนและเมไทโอนิน นอกจากนี้ยังกระทบต่อการสังเคราะห์แพนโทเทอเนต โคเอนไซม์ เอ กรดน้ำดีและ อะมิโนซิล-ทีอาร์เอ็นเอ เมื่อศึกษาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่สามารถจำแนกโรคเช่น แอล-คาร์นิทีน ฟรักโตซามีน คาร์บอกซีเมทิลไลซีน ครีอะทินิน กรดโฟลิก ซูโนยูริดีน อะดีโนซีนโมโนฟอสเฟต กรดอะซิโตอะซิติกและอินโนซีน เมื่อศึกษาในกลุ่มโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันพบว่ามีกลไกที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติของการก่อโรคได้แก่กระบวนการเมแทบอลิซึมของ ลิพิดอีเธอร์ กลีเซอโรฟอสโฟลิพิด แอสคอร์เบท อัลดาเรท ฟอร์ไพริน อาร์จีนิน โพลีน พิวรีน ทอร์รีน ไฮโปทอร์รีน อินโนซิทอลฟอสเฟต มีผลต่อกระบวนการสังเคราะห์กรดอะมิโนอาร์จินิน วาร์ลีน ลิวซีน ไอโซลิวซีนและน้ำดี กระบวนการกำจัดวาร์ลีน ลิวซีนและไอโซลิวซีน ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่จำเพาะต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันได้แก่ กลีเซอโรฟอสโฟโคลีน กรดฟอสโฟอีนอลไพรูเวท ฟอสโฟริลโคลีน กรดกลูคิวโรนิก ซิทรูลินและโฮโมเซอรีน เป็นต้นเมื่อศึกษาการทำนายร้อยละการอุดตันของเส้นเลือดโดยใช้กรดอะมิโนทริปโตเฟนและเมแทบอไลต์พบว่า กรดพิโคลินิก/ทริปโตเฟน สามารถทำนายร้อยละการอุดตันได้ดีที่สุด โดยสมการทำนายคือ y=-0.050(กรดพิโคลินิก/ทริปโตเฟน)+1.934 ถ้าค่าที่ได้มีค่ามากกว่า 0.6 จะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โดยความแม่นยำอยู่ที่ร้อยละ 70.3 โดยสรุปการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันนั้นเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุโดยส่วนมากเกิดจากความผิดปกติของกระบวนการเมแทบอลิซึมสารอาหารที่รับประทานเข้าไปการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ให้เกิดภาวะสมดุลของกระบวนการเมแทบอลิซึมในร่างกายจะช่วยลดภาะวะความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ซึ่งในอนาคตคำเป็นจะต้องตรวจความผิดปกติของผู้ป่วยในแต่ละคนเพื่อทราบความบกพร่องของแต่ละท่านและรักษาให้จำเพาะเหมาะสมกับแต่ละบุคคล สำหรับการทำนายอากาสการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ได้สมการที่สามารถนำไปใช้โอกาสของการเกิดโรคได้ทั้งนี้จำเป็นจะต้องมีการถ่ายทอดและจัดตั้งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาปริมาณเมแทบอไลต์ที่เกี่ยวข้องในสถานพยาบาลหรือหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อ นำค่ามาใช้ทำนายและป้องกันสารเสียชีวิตในอนาคตได้