เจลขมิ้นชันรูปแบบโฟโตเซนซิไทเซอร์เพื่อต้านจุลชีพและต้านการอักเสบสำหรับผู้ป่วยโรคปริทันต์อักเสบเรื้อรังที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคปริทันต์อักเสบเกิดจากเชื้อก่อโรคปริทันต์ที่จำเพาะ การขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันเป็นการรักษา โรคปริทันต์อักเสบแบบอนุรักษ์ที่ยังพบข้อจำกัดในบางตำแหน่งของฟัน จึงมีการนำการรักษาแบบเสริมมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา การศึกษานี้เป็นการทดสอบผลของเจลขมิ้นชันและการใช้เจลขมิ้นชันเป็นสารไวแสงในกระบวนการบำบัดโฟโตไดนามิกในการรักษาโรคปริทันต์อักเสบ โดยทำการศึกษาแบบแบ่งส่วนในปากในอาสาสมัคร 17 คนที่เป็นโรคเบาหวาน (น้ำตาลเฉลี่ยสะสม 6.5-11%) และโรคปริทันต์อักเสบ โดยทำการสุ่มเลือกกลุ่มการรักษาในฟันกรามน้อยหรือฟันกรามที่มีร่องลึกปริทันต์ ?5 มิลลิเมตร จตุรภาคละ 1 ซี่ แบ่งกลุ่มศึกษาเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบเสริมด้วยเจลขมิ้นชันความเข้มข้น 25 ไมโครกรัมต่อกรัม กลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบเสริมด้วยกระบวนการบำบัดโฟโตไดนามิก ที่ใช้เจลขมิ้นชันความเข้มข้น 25 ไมโครกรัมต่อกรัมเป็นสารไวแสง และกระตุ้นด้วยแสงสีฟ้าค่าพลังงาน 16.8 จูลต่อตารางเซนติเมตร 120 วินาที และกลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว โดยทำการวัดค่าทางคลินิก (ดัชนีคราบจุลินทรีย์ ค่าเลือดออกเมื่อหยั่งด้วยโพรบ ความลึกของร่องลึกปริทันต์ และระดับการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์) และปริมาณเชื้อแบคทีเรีย (เชื้อพอร์ไฟโรโมแนส จิงจิวาลิส เชื้อพรีโวเทลลา อินเตอร์มีเดีย เชื้อแอกกริเกทิแบกเทอร์ แอกทิโนมัยซิเทมโคมิแทนส์ เชื้อฟิวโซแบคทีเรียม นิวคลีเอตัม และเชื้อแบคทีเรียทุกชนิดในร่องลึกปริทันต์) ด้วยวิธีเรียลไทม์ พีซีอาร์ ติดตามผลในสัปดาห์ที่ 0, 1, 2 และ 12 ผลการศึกษาพบว่า หลังการรักษาค่าทางคลินิกทุกค่าของแต่ละกลุ่มศึกษาลดลงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบเสริมด้วยเจลขมิ้นชันกับกลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบเสริมด้วยกระบวนการบำบัดโฟโตไดนามิกมีเพียงค่าเลือดออกเมื่อหยั่งด้วยโพรบ และระดับการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ที่ลดลงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากการศึกษาผลการลดเชื้อแบคทีเรียในร่องลึกปริทันต์พบว่า กลุ่มที่ได้รับ การรักษาแบบเสริมทั้งสองวิธีให้ผลในการลดเชื้อได้จนถึงสัปดาห์ที่ 12 โดยกลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบเสริมด้วยกระบวนการบำบัดโฟโตไดนามิกสามารถลดเชื้อฟิวโซแบคทีเรียม นิวคลีเอตัมและเชื้อพรีโวเทลลา อินเตอร์มีเดียได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบอนุรักษ์เพียงอย่างเดียวเริ่มมีการคืนกลับของเชื้อตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ของการศึกษา สรุปได้ว่า การรักษาแบบเสริมทั้งสองวิธีให้ผลการรักษาทางคลินิกที่ดีขึ้นและสามารถการลดเชื้อแบคทีเรียในร่องลึกปริทันต์ให้ต่ำกว่าระดับเริ่มต้นก่อนการรักษาได้จนถึง 12 สัปดาห์ ซึ่งการใช้ขมิ้นชันเป็นสารไวแสงและกระตุ้นด้วยแสงสีฟ้าในกระบวนการบำบัดโฟโตไดนามิกให้ผลในการเพิ่มระดับการยึดเกาะอวัยวะปริทันต์ และลดการอักเสบของเหงือก รวมไปถึงลดเชื้อฟิวโซแบคทีเรียม นิวคลีเอตัม และเชื้อพรีโว-เทลลา อินเตอร์มีเดีย ได้ดีกว่าการใช้เจลขมิ้นชันเพียงอย่างเดียว