การสำรวจและควบคุมโรคในการผลิตกาแฟโรบัสต้า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สำรวจโรคและเก็บตัวอย่างโรคของกาแฟโรบัสตาจาก อ.วังสะพุง จ.เลย พบโรคราสนิม โรคใบจุด โรคใบไหม้ โรคผลเน่า และโรคแอนแทรคโนส โดยโรคราสนิม โรคใบจุด และโรคโรคใบไหม้พบมากในเดือนพฤษภาคม โรคผลเน่า และโรคแอนแทรคโนสพบมากในเดือนธันวาคม 2564 ทำการแยกเชื้อจากตัวอย่างโรค ได้เชื้อราจำนวน 60 ไอโซเลต แยกได้จากอาการใบจุด ใบไหม้ จำนวน 32 ไอโซเลต อีก 28 ไอโซเลต แยกได้จากอาการผลเน่า และแอนแทรคโนส 28 ไอโซเลต เมื่อทดสอบการเกิดโรค พบว่า เชื้อราที่แยกจากอาการใบจุด ใบไหม้ จำนวน 32 ไอโซเลต ก่อให้เกิดโรคบนใบกาแฟ 27 ไอโซเลต จากการระบุสกุลของเชื้อราสาเหตุโรคด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยา พบว่าเป็นเชื้อรา Corynespora spp., Colletotrichum spp., Lasiodiplodia spp., และ unknown ซึ่งเชื้อรา Lasiodiplodia spp. (LS24) มีความรุนแรงในการเกิดโรคสูงที่สุด ขนาดแผลบนใบกาแฟมีขนาดเท่ากับ 88.28 มิลลิเมตร มีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคเท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปลูกเชื้อราที่แยกได้อาการผลเน่าและแอนแทรคโนส จำนวน 28 ไอโซเลต พบว่าก่อให้เกิดอาการผลเน่าทุกไอโซเลต จากลักษณะทางสัณฐานวิทยา พบว่าเป็นเชื้อรา Lasiodiplodia spp., Fusarium spp., Colletotrichum spp. และ unknown เชื้อราที่มีความรุนแรงในก่อโรคบนผลกาแฟคือเชื้อรา Lasiodiplodia spp. (FR25,FR28) และเชื้อรา Colletotrichum spp. (AN1, AN7 และ AN19) มีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคเท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ แผลบนผลกาแฟมีขนาด 22.93-23.15 มิลลิเมตร ข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยในครั้งนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนการควบคุมโรค เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในแปลงปลูก และเฝ้าระวังการเกิดโรคได้อีกด้วย