Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

พัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม

ปรีดี ภูสีน้ำ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ การพัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษานำร่องด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมตามบริบทของชุมชนที่ส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่ดีและ ร่วมสร้างสรรค์สังคม และเพื่อนำเสนอรูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในบริบทที่แตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นสถานศึกษานำร่องระดับมัธยมศึกษาที่เคยเข้าร่วมโครงการแกนนำเยาวชนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตามบริบทอัตลักษณ์ ของท้องถิ่น/กลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ของสำนักงานศึกษาธิการภาค 12 จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โรงเรียนเชียงขวัญพิทยาคม อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด โรงเรียนสุวรรณภูมิวิทยาลัย อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด และโรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ใช้วิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสำรวจข้อมูลเบื้องต้นของสถานศึกษานำร่องด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม และเก็บข้อมูลวิจัยภาคสนามโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการศึกษา ดังนี้ สภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษานำร่องด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาเคยเข้าร่วมโครงการแกนนำเยาวชนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตามบริบทอัตลักษณ์ ของท้องถิ่น/กลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการภาค 12 ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญและตระหนักถึงความสำคัญกับการใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ ถึงแม้จะไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ได้กำหนดนโยบายเพื่อให้โรงเรียนสามารถขับเคลื่อนด้วยการบูรณาการสอดแทรกกับกลุ่มสาระวิชาอื่น ๆ จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ระดมทรัพยากรและสรรพกำลังของเครือข่ายในท้องถิ่น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาเป็นปัจจัยสนับสนุนการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียน ขณะเดียวกันสถานศึกษาบางแห่งที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสถานศึกษา ไม่ได้กำหนดเป็นนโยบาย คณะครูที่รับผิดชอบก็ไม่สามารถขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ได้ ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญของการบริหารจัดการศึกษาด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน นั่นคือ บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาต้องมีภาวะผู้นำ ตระหนักในความสำคัญของการนำศักยภาพของชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการพัฒนาผู้เรียน บริหารงานวิชาการร่วมกับครูในการวางแผนและจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ร่วมกิจกรรม ของชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เน้นให้ชุมชนหรือท้องถิ่นเข้ามาร่วมจัดการเรียนรู้ เชิญปราชญ์ชาวบ้าน หรือบุคคลภายนอกมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียน จัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติตามแหล่งเรียนรู้จริงในท้องถิ่น เน้นการบูรณาการกับโครงการที่สถานศึกษาได้กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ ส่วนความคิดเห็นของผู้เรียนที่เคยเข้าร่วมโครงการและไม่เคยเข้าร่วมโครงการแกนนำฯ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า ผู้บริหารและครูผู้สอนให้ความสำคัญในการเข้าร่วมโครงการฯ อย่างแท้จริง มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด และผู้เรียนได้รับความรู้/ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ครูผู้สอนให้ความสำคัญและร่วมกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน และในพื้นที่ชุมชนมีของดีท้องถิ่น/แหล่งท่องเที่ยว/แหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจ การศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมตามบริบทของชุมชนที่ส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่ดีและร่วมสร้างสรรค์สังคม พบว่า บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา ที่ตระหนักถึงความสำคัญของชุมชน วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นหรืออัตลักษณ์ของชุมชน การให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียน กำหนดนโยบายเพื่อให้ครูผู้สอนสามารถออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่นได้ โดยนำหลักการบริหารในทุกมิติมาใช้ในการทำงาน บทบาทของครู ในกระบวนการ มีส่วนร่วมตามบริบทของชุมชนตามบทบาทของครู ซึ่งเป็นผู้ออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ จัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งความคิดเห็นของครูส่วนใหญ่ พบว่า ถ้าเป็นนโยบายของผู้บริหารสถานศึกษาการขับเคลื่อนของโครงการจะประสบความสำเร็จ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสถานศึกษาการขับเคลื่อนโครงการก็จะขาดความต่อเนื่อง กิจกรรมการเรียนรู้ที่ทำร่วมกับชุมชนก็ไม่เกิดความยั่งยืนไม่มีการพัฒนาหรือต่อยอด ครูซึ่งปกติมีภาระงานสอนอยู่แล้ว หากไม่ได้รับการสนับสนุนหรือส่งเสริมจากผู้บริหารสถานศึกษาก็จะไม่มีแรงจูงใจในการจัดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ครูผู้สอนคือปัจจัยสำคัญในการมีส่วนร่วมในการดำเนินการโครงการต่าง ๆ ของสถานศึกษาให้ประสบความสำเร็จ ที่สามารถออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่ดีและร่วมสร้างสรรค์สังคมได้เป็นอย่างดี บทบาทของผู้นำชุมชน/ปราชญ์ชาวบ้าน/หน่วยงานในท้องถิ่น ในกระบวนการมีส่วนร่วมตามบริบทของชุมชน ส่วนใหญ่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมโครงการของสถานศึกษาในโครงการใดบ้าง พร้อมยินดีร่วมดำเนินการไปพร้อมกับสถานศึกษา หากสามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาที่ตนเองมีให้แก่คนรุ่นหลังเพื่อสืบทอดต่อไปได้ เกิดความภาคภูมิใจจะถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้เรียน และบทบาทของผู้เรียน การให้ผู้เรียนได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติจากแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นหรือในชุมชน ทำให้ผู้เรียนอยากพัฒนาสิ่งที่ได้ไปเห็น ได้ไปเรียนรู้ อยากให้มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นหรือพัฒนาให้ดีขึ้น นำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในชีวิต ประจำวัน เกิดทักษะในการคิดเพื่อจัดกิจกรรมให้ชุมชนทำร่วมกัน หาโอกาสสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้น เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน สามารถตอบสนองความต้องการทั้งของตนเองและความต้องการ ของชุมชน สามารถธำรงรักษาตัวตนและเห็นคุณค่าวัฒนธรรมอันเป็นรากเหง้าของตนเอง การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในบริบทที่แตกต่างกัน พบว่า สถานศึกษาแต่ละแห่งมีตัวแบบจำลองที่ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา ส่งเสริมผู้เรียนตามบริบทของชุมชนแตกต่างกันออกไป แต่มีประเด็นที่เหมือนกัน ประกอบด้วย การร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินโครงการร่วมกัน ระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน โดยบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษามีส่วนสำคัญในการเป็นผู้นำเพื่อริเริ่มกำหนดนโยบาย เป้าหมาย ของโครงการเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนการทำงานในทุกกระบวนการ ประเด็นต่อมาคือ การร่วมกำหนดบทบาทมอบหมายผู้รับผิดชอบโครงการ โดยการกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบให้กับครู การประสานเครือข่ายความร่วมมือประสานแหล่งเรียนรู้ในชุมชน พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ท้องถิ่นโดยเน้นการลงมือปฏิบัติโดยการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ปราชญ์ชาวบ้าน หรือชุมชนเข้าร่วมพิจารณาเสนอแนะเนื้อหา ในหลักสูตรร่วมการประเมินหลักสูตร ส่วนครูผู้สอน บูรณาการการเรียนรู้กับตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลาง และจัดทำเอกสารหลักสูตรร่วมกันพิจารณากระบวนการเรียนรู้ในหลักสูตร บูรณาการหลากหลาย จัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานบูรณาการข้ามกลุ่มสาระฯ ประเมินผลเพื่อพัฒนา รายงานผลการดำเนินงาน และการเผยแพร่ผลงาน ข้อค้นพบที่น่าสนใจจากตัวแบบจำลองที่สถานศึกษานำร่องบางแห่งได้นำมาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาผู้เรียน นั่นคือ การร่วมสร้าง สร้างความรู้ และสร้างการรับรู้ เพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนไปในทิศทางเดียวกัน ร่วมกันทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ กล่าวคือ กระบวนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ภาคีเครือข่ายในชุมชนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งทั้งนี้ จะต้องใช้บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ มาเป็นโค้ชให้แก่ครูที่รับผิดชอบโครงการ เพื่อให้ครูเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน มีทักษะ มีความรู้และความคิดสร้างสรรค์ ใช้ศักยภาพของตนเอง ในการประยุกต์การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน และสามารถนำทักษะต่างๆ ไปต่อยอดและพัฒนาชุมชนตามบริบทของอัตลักษณ์ท้องถิ่นของตนเอง บนพื้นฐานความแตกต่างของบริบทสังคมวัฒนธรรมที่หลากหลายของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

คำสำคัญ

กระบวนการมีส่วนร่วมเชิงสร้างสรรค์Creative Educationการบริหารจัดการพื้นที่Area development managernentParticipator Process

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อสร้างทักษะอาชีพใน ท้องถิ่นของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษายโสธร

อุดร อรกุล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2561

กระบวนทัศน์การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา

มาเรียม นิลพันธุ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2559

การบริหารพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างพลเมืองวิถีประชาธิปไตยรู้เท่าทันสื่อกรณีศึกษาโรงเรียนเมืองคง คงคาวิทยา และโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายทุ่งเทินโมเดล จังหวัดศรีสะเกษ

พวงชมพู ไชยอาลา แสงรุ่งเรืองโรจน์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2562

การส่งเสริมการจัดกิจกรรมทางกายและการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็ก

อัจฉรียา กสิยะพัท พ.ศ. 2561

การพัฒนารูปแบบกิจกรรมนันทนาการแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยใช้พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

นายคณิต เขียววิชัย มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2556

โครงการถอดชุดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน : กรณีศึกษา การบูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาออกแบบสถาปัตยกรรม กับการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย (โครงการบ้านมั่นคง ชุมชนพระราม 9 บ่อ 3)

มณฑล จันทร์แจ่มใส มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2558

การพัฒนาสื่อการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยใช้พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

รศ.ดร. อนิรุทธ์ สติมั่น มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2556

ความต้องการจำเป็นของการบริหารวิชาการโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษากรุงเทพมหานครตามแนวคิดทักษะความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน

ชัญญา บุญเจริญ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2563

โครงการรูปแบบการพัฒนาเด็ก เยาวชน ฐานชุมชนและโรงเรียนขนาดเล็ก ด้วยบทบาทของหน่วยการศึกษาและพัฒนา เครือข่ายยุวชนสร้างสรรค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อการขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาในระดับพื้นที่

ภัสรา รู้พันธ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การพัฒนาแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1

กาญจน์ เรืองมนตรี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2563