รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2554
ผลของสารควบคุมการเจริญเติบโต แสงและอุณหภูมิต่อการผลิตรากและการสะสมสารอัลคาลอยด์(stemocurtisine)ของหนอนตายหยากในสภาพปลอดเชื้อ
นาตยา มนตรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2554 ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาผลของสารควบคุมการเจริญเติบโต แสงและอุณหภูมิต่อการผลิตรากและการสะสม
สารอัลคาลอยด์ (stemocurtsine) ของหนอนตายหยากในสภาพปลอดเชื้อ โดยการนำยอดของหนอน
ตายหยากมาเลี้ยงในอาหารสูตร MS ที่เติมออกชินได้แก่ indole-3-acetic acid (IAA), indole-3-butyric
acid (IBA) และ Q-naphthalene acetic acid (NAA) ที่ระดับความเข้มข้น 0 0.2 0.4 0.6 0.8 และ 1.0
มิลลิกรัมต่อลิตร และนำต้นกล้ามาเลี้ยงในอาหารที่เติมออกชิน ได้แก่ IAA, IBA และ NAA ร่วมกับ
ไซโตไคนิน (6-Furfurylaminopurine, Kin) ความเข้มข้น 0 0.5 และ 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร อาหารที่
เดิม IAA IBA และ NAA ความเข้มข้น 0 0.5 และ 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ในที่มืดและที่สว่าง และการเลี้ยง
ในอาหารสูตร MS ในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิ 15 20 25 และ 30 องศาเซลเชียส เป็นเวลา 2 เดือน
ในส่วนของการผลิตรากของหนอนตายหยากนั้น พบว่า ดันกล้าที่ได้จากอาหารที่เติม NAA ความ
เข้มข้น 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยไม่มี kineยก มีน้ำหนักสดของรากมากที่สุดที่ 0.64 กรัมต่อตัน จาก
อาหารที่เดิม NAA 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ร่วมกับ kineชัก ความเข้มขั้น 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร มีน้ำหนักแห้ง
มากที่สุดที่ 0.1005 กรัม สภาพการให้แสงร่วมการเติม IBA ความเข้มข้น 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร สภาพ
การให้แสงร่วมกับการไม่เติมสารออกชิน มีจำนวนรากมากที่สุดที่ 6.22 ราก ชุดควบคุมมีเปอร์เซ็นต์
น้ำหนักแห้งสูงสุดที่ 32.87 เปอร์เซ็นด์ สำหรับการสะสมสารอัลคาลอยด์ พบว่า ปริมาณสารอัลคาลอยด์
รวมและปริมาณสาร stemocurtisine มีมากที่สุดในรากของตันกล้าที่เลี้ยงในอาหารที่เดิม 1BA ที่ระดับ
ความเข้มข้น 0.8 มิลลิกรัมต่อลิตร ที่ 186.9760 x 10- mg/g และ 340.1420 x 10- mg /g
คำสำคัญ
หนอนตายหยาก (Stemona curtisii Hook.f.)<BR>การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue culture)<BR>สารอัลคาลอยด์ (Alkaloids)
งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง
การเพิ่มคุณภาพต้นพันธุ์หนอนตายหยากเพื่อการผลิตสารอัลคาลอยด์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช : การคัดเลือกโคลนที่ให้ผลผลิตรากสูง และผลของอะไบโอติกอิลิซิเตอร์บางชนิดต่อการสะสม สารอัลคาลอยด์ของรากในสภาพปลอดเชื้อ
นาตยา มนตรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2553 ผลของสารสกัดจากสภาพแห้งของเมล็ดสะเดา (Azadirachta sp.) เมล็ดน้อยหน่า (Annona sp.) รากหนอนตายหยาก (Stemona sp.) และรากหางไหล (Derris sp.) ต่ออัตราการตายของหนอนแมลงวัน แมลงวัน ลูกน้ำยุง ยุง และเห็บโค
คณิต ขอพลอยกลาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2557 ผลของสารละลายกรดซาลิซิลิกต่อการเจริญเติบโต และการสะสมสาร stemona alkaloids ในรากของหนอนตายหยากในระยะก่อนการเก็บเกี่ยว
ผลของสารควบคุมการเจริญเติบโตและชนิดของอาหารสูตร MS ต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของต้นหนอนตายหยาก
นิตยา สุขวรรณา มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2559 ผลของสารไคโตซานและเมทิลจัสโมเนทต่อการแสดงออกของยีนฟีนิลอะลานีนแอมโมเนีย ไลเอส และการผลิตสารประกอบฟีนอลิกในหนอนตายหยาก ในสภาพปลอดเชื้อ
สุชาดา สุดแสง มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2563 การเพิ่มคุณภาพต้นพันธุ์หนอนตายหยากเพื่อการผลิตสารอัลคาลอยด์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช :การคัดเลือกโคลนที่ให้ผลผลิตรากสูงและผลของอะไบโอติกอิลิซิเตอร์บางชนิดต่อการสะสมสารอัลคาลอยด์ ของรากในสภาพปลอดเชื้อ
นาตยา มนตรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร พ.ศ. 2553 สารสกัดพืชจากพืช 3 วงศ์ ต่อการป้องกันหนอนกะทู้หอม
อรพิน เกิดชูชื่น คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2552 การใช้ประโยชน์จากสารสกัดหยาบกระถินในการควบคุมหนอนกระทู้ผัก(Spodoptera litura (Fabricius)) และไรแมงมุมสองจุด (Tetranychus urticae Koch)
วนิดา อ่วมเจริญ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2556 ประสิทธิภาพของชีวภัณฑ์ในการควบคุม ด้วงหมัดผัก (Phyllotreta sinuate) และ หนอนกระทู้ผัก (Spodoptera litura) ในระบบการผลิตคะน้า
ดุสิต อธินุวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558 บทบาทของอาหารเสริมโปรไบโอติกต่อการต้านทานต่อโรคแกรเซอรี่ ในหนอนไหมไทย
สิริภัค สุระพร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560