Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

โครงการวิจัย DSI นวัตกรรม การป้องกันแชร์ลูกโซ่ออนไลน์

กฤษฏิ์นิธิ อุดมศักดิ์พศิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงรูปแบบของกลโกงแชร์ลูกโซ่และแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ เพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันแชร์ลูกโซ่ และเพื่อสร้างรวมถึงพัฒนาแอปพลิเคชันในการตรวจสอบและป้องกันประชาชนมิให้ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ โดยมีประชากร (Population) ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ กลุ่มประชากรที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ จำนวน 405 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ คือ แบบสอบถามโดยนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณโดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิจัยรูปแบบของกลโกงแชร์ลูกโซ่1) ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่เป็นหญิง ร้อยละ 65 เป็นชายร้อยละ 352) ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 71 เป็นกลุ่มที่มีงานและมีรายได้ประจำ มีเงินเดือนอยู่ในระดับสูงมากกว่า 40,000 บาท/เดือน มีทั้งข้าราชการ พนักงานบริษัท พนักงานรัฐวิสาหกิจ อาทิ แพทย์ พยาบาล นักบิน นักบัญชี ตำรวจ ทหาร ทนายความ วิศวกร พนักงานธนาคาร4) ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 85 รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าเป็นการลงทุนแชร์ลูกโซ่แต่ก็ยังลงทุนเพราะผลประโยชน์ตอบแทนที่ได้รับนั้นสูงมาก มีคนเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่5) ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ร้อยละ 38 ไม่รู้จักตัวผู้แนะนำให้ลงทุน เนื่องจากสมัครลงทุนผ่านทางโซเชียล เป็นการโต้ตอบผ่านแชทข้อความหรือทางไลน์ หรือโทรศัพท์พูดคุยเท่านั้นแต่ไม่เคยเจอตัวตนที่แท้จริงกันและกันก็ตัดสินใจลงทุน 6) ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 65 โอนเงินเข้าบัญชีชื่อบริษัท แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าท่านจะโอนเงินเข้าบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับรองก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่ถูกหลอกลวงจากแชร์ลูกโซ่7) ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่มีมากถึง 1 ใน 4 ที่เป็นผู้ที่ชื่นชอบการลงทุน เป็นผู้ชอบเสี่ยงในการลงทุนและเป็นนักลงทุนกับธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง และรวดเร็วแบบแชร์ลูกโซ่อยู่แล้ว 8) ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ที่แจ้งความดำเนินคดี มีถึง 1 ใน 5 ที่เคยตกเป็นผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่ในคดีแชร์ลูกโซ่คดีอื่นมาแล้ว แสดงให้เห็นว่า 1 ใน 5 คน ของผู้เสียหายแชร์ลูกโซ่เป็นนักเล่นที่ชื่นชอบความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว เพียงแต่ออกไม่ทันจึงตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่เข้าจริง ๆ 9) จำนวนผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ที่ปรากฎมีเพียง 1 ใน 5 ของความเป็นจริงเท่านั้น เช่น ถ้าผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความมี 10,000 คน ในความเป็นจริงอาจมีผู้เสียหายถึง 50,000 คน เช่น ในคดีแชร์ FOREX3D เป็นต้น เนื่องจาก อาย กลัวเสียชื่อเสียง กลัวคนอื่นรู้ กลัวคนที่บ้านจะรู้ เลยทำให้ไม่กล้าเข้าแจ้งความดำเนินคดี10) เกินว่าครึ่งของผู้ที่เสียหายคดีแชร์ลูกโซ่ได้รับการชักชวนให้ลงทุนจากทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของสื่อโซเซียลมีผลต่อผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่เพราะเกินกว่าครึ่งได้รับการชักชวน และตัดสินใจที่จะลงทุนหลังจากดูผ่านสื่อโซเซียลมากกว่าช่องทางอื่น ๆ11) เกือบครึ่งของผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ คือร้อยละ 44 มีสาเหตุในการตัดสินใจลงทุนกับธุรกิจนี้เพราะมีคนที่รู้จักหรือสนิทสนมเคยลงทุนแล้วได้ผลประโยชน์ตอบแทนจริง ตนจึงลงทุนตาม ดังนี้จึงเป็นสาเหตุให้เวลาตนเองตกเป็นผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ จึงไม่กล้าเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพราะกลัวว่าผู้ที่ชักชวนคือเพื่อน ญาติพี่น้อง คนสนิท ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้ลงทุนนั้นจะเดือดร้อนจากการเข้าแจ้งความดำเนินคดีของตนเอง12) บริษัทที่ชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 36 มีการอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนกับบริษัทที่มีอยู่ในต่างประเทศ หรือมีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ หรือมีสาขาเครือข่ายอยู่ในประเทศไทย ให้พึงระมัดระวังไว้ในระดับสูงสุดมีโอกาสถูกหลอกมากที่สุดเพราะท่านจะไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ได้ เนื่องจากเป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย13) เป็นที่น่าตกใจว่าผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 68 เชื่อและตัดสินใจที่จะลงทุนแม้จะยังไม่เคยพบหน้าผู้ที่ชักชวนแบบตัวเป็น ๆ ต่อหน้า14) ผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ร้อยละ 93 เชื่อใจและมั่นใจที่จะลงทุนโดยไม่เคยเลยแม้แต่จะเดินทางไปยังสถานที่ประกอบธุรกิจที่ตนเองตัดสินใจลงทุน (ซึ่งตรงจุดนี้อันตรายมาก)15) มีความอันตรายอย่างมาก เนื่องจากผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ร้อยละ 86 ใช้ช่องทางเดียวคือช่องทางสื่อโซเซียลมีเดียเท่านั้น อาทิเช่น (เพจ เฟสบุ๊ค ไลน์) หากช่องทางดังกล่าว คือ เพจ เฟส ไลน์ ถูกปิด หรือระงับการสื่อสาร การสนทนาก็จะไม่สามารถติดต่อระหว่างผู้ที่ชักชวนลงทุนกับผู้ลงทุนใด ๆ ได้เลยจนตกเป็นคดีความ16) การสื่อสารระหว่างผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่กับธุรกิจที่มาชักชวน ให้ลงทุนซึ่งเป็นแชร์ลูกโซ่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 65 สื่อสารได้ผ่านช่องทางสื่อโซเซียลโต้ตอบผ่านแอพพริเคชั่น เพจ เฟสบุค ไลน์ ฯลฯ ในธุรกิจแชร์ลูกโซ่เพจ เฟสบุค ไลน์ถูกนำมาใช้มากที่สุด เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง แต่ก็มีคนเชื่อและตัดสินใจลงทุนกับคนที่ตนเองก็ไม่รู้จัก ไม่เคยเจอตัวจริง สนทนากันแค่ผ่านทางช่องทางโซเซียลเท่านั้น แต่ก็ยังยอมที่จะลงทุนเป็นแสนเป็นล้านบาท ด้วยเหตุผลเดียวคือผลตอบแทนสูง17) หากช่องทางการสื่อสารทางโซเซียลแอปพลิเคชัน เพจ เฟสบุ๊ค ไลน์ และโทรศัพท์ ถูกระงับหรือปิดลง ผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 92 ไม่รู้จะทำอย่างไร ติดต่อไม่ได้ก็เลยตกเป็นผู้เสียหายในทันที18) ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 90 ต้องการให้หน่วยงานของภาครัฐและสื่อสารมวลชนสร้างเครื่องมือที่สามารถตรวจเช็ค แจ้งเตือน บอกกล่าว วิเคราะห์ ว่าธุรกิจใดเป็นแชร์ลูกโซ่ หรือเข้าข่ายที่จะเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจลงทุน19) เป็นที่น่าฉงนว่า 1 ใน 4 ของผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งทราบการเตือนภัย แจ้งเตือนจากภาครัฐและสื่อสารมวลชนให้ป้องกันระวังภัยจากแชร์ลูกโซ่ แต่หากการลงทุนมีผลกำไรดี มีผลตอบแทนเร็วก็จะยังดันทุรังที่จะลงทุนแม้ว่าจะทราบดีว่าเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เนื่องจากคิดว่าตนเองเข้าไว ออกไว และจะออกได้ทัน (แต่ท้ายสุดก็ยังตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่)2. แนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันแชร์ลูกโซ่และแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ ดังต่อไปนี้ 2.1) มีสติ คิด วิเคราะห์ว่าไม่มีธุรกิจใดที่จะให้ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น (ถ้ามีมันคือการหลอกลวง)2.2) ศึกษาที่มาของรูปแบบการลงทุน และตรวจเช็คการขออนุญาตการทำธุรกิจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สคบ. ก.ล.ต. ธปท. 2.3) ก่อนจะลงทุนต้องมีความรู้ทางด้านการเงินและการลงทุน ศึกษาให้รอบคอบเพราะความรู้ความเข้าใจจะเป็นเกราะป้องกันภัยจากกลโกงของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ได้เป็นอย่างดี2.4) อย่าโลภมาก 2.5) อย่าโลกสวย2.6) ไม่หูเบา ไม่คล้อยตาม คำชักชวนให้ลงทุน2.7) ไม่ใจร้อนด่วนตัดสินใจลงทุน2.8) อย่าคิดว่าตนเองเก่งไปทุกเรื่อง (เพราะคนที่เก่งกว่าท่านโดนหลอกมาเยอะแล้วนับไม่ถ้วน)2.9) ต้องรู้ให้เท่าทันกลลวงใหม่ ๆ ของมิจฉาชีพที่มาในหลากหลายรูปแบบ2.10) ไม่ไว้ใจใคร อย่าไว้ใจใคร หรือเกรงใจจนไม่กล้าปฏิเสฐ3. จากการวิเคราะห์รูปแบบของกลโกงแชร์ลูกโซ่และแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ พบว่า มีลักษณะเล่ห์เหลี่ยมของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ที่เราต้องทำความเข้าใจ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ 25 ประการ ที่บ่งชี้กลโกงที่เขาจะสร้างภาพสร้างเรื่องราวที่ดูน่าเชื่อถือขึ้นมาเพื่อหลอกให้เราเคลิบเคลิ้มแล้วจ่ายเงินเพื่อลงทุนกับมิจฉาชีพอย่างไรบ้าง ดังต่อไปนี้กลโกงที่ 1 เขาจะหลอกให้เกิดความอยากได้ โดยการใช้ผลตอบแทนเป็นเครื่องจูงใจ/ล่อใจ ว่ามีการให้ผลตอบแทน กำไร การปันผลในจำนวนเงินที่สูงเกินความเป็นจริงกลโกงที่ 2 เขาจะใช้วิธีการสร้างภาพโชว์ความรวย โชว์การใช้ชีวิตหรูหรา (กินหรู อยู่สบาย) ใช้รถหรู บ้านหรู โชว์เงินสดจำนวนมาก ๆ เป็นปึก ๆ กลโกงที่ 3 เขาจะสร้างภาพให้เห็นว่า บริษัทหรือกิจการนั้น ๆ มีความน่าเชื่อถือเป็นอย่างมาก ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานในเวลาอันรวดเร็ว แบบก้าวกระโดดหรือแบบฉับพลันกลโกงที่ 4 เขาจะเชิญชวนโดยทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตนี้โคตรโชคดีเหลือเกิน ที่ได้มาพบเจอบริษัทหรือกิจการนั้น ๆกลโกงที่ 5 เขาจะมีการให้เราไปเชิญชวนบุคคลอื่น แล้วให้ค่าแนะนำเชิญชวนบุคคลอื่นมาเข้าร่วม ในลักษณะแบบแม่ทีม ลูกทีมกลโกงที่ 6 เขาจะทำการเชิญชวนเราไปในพื้นที่ส่วนตัว หรือในโซเชียลมีเดีย (Social Media) เช่น การชวนเข้าไลน์ (Line) เฟสบุ๊ค (Facebook) กลุ่มที่เป็นห้องลับไม่ใช่สาธารณะ ซึ่งเป็นห้องสนทนาส่วนตัวที่มีแต่ทีมมิจฉาชีพเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ เพื่อชักจูงให้เราเกิดความอยากลงทุน อยากได้รับผลตอบแทนสูง ๆกลโกงที่ 7 เขาจะจูงใจด้วยการจ่ายผลตอบแทนตามที่โฆษณาเชิญชวนในอัตราที่สูง โดยจ่ายแค่ครั้งแรก ๆ ก่อนที่จะหอบเงินเหยื่อหนีหายไปกลโกงที่ 8 เขาจะมีการอุปโลกน์ยกตัวอย่างคนที่ได้รับผลตอบแทน ให้เห็นว่าได้รับผลตอบแทนสูงจริง เพื่อจูงใจกลโกงที่ 9 เขาจะมีการสร้างภาพว่าเป็นกิจการที่ช่วยเหลือสังคม ได้รับรางวัลมากมายกลโกงที่ 10 เขาจะมีการแอบอ้างว่า มีการจัดตั้งบริษัทหรือกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงยังไม่ได้รับการอนุญาต จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กลโกงที่ 11 เขาจะมีการแอบอ้างว่า มีการจดทะเบียนหรือร่วมลงทุนกับธุรกิจที่อยู่ในต่างประเทศกลโกงที่ 12 เขาจะมีการแสดงให้เราเห็นว่า เมื่อเข้ามาเป็นสมาชิกกับบริษัทหรือกิจการของเขาแล้วจะทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นจากเดิมกลโกงที่ 13 เขาจะมีการแอบอ้างว่า บริษัทหรือกิจการจะนำเงินไปลงทุนในธุรกิจที่อยู่ต่างประเทศกลโกงที่ 14 เขาจะมีการแสดงให้เราเห็นว่าเขามีบริษัทหรือกิจการในเครืออีกหลายแห่ง เพื่อให้เห็นว่าเขามีธุรกิจและมีเครือข่ายกว้างขวางกลโกงที่ 15 เขาจะมีการเปิดให้ทุกคนสามารถเข้ามาลงทุนได้ หรือเป็นสมาชิกในบริษัทหรือกิจการได้ไม่อั้น ไม่จำกัดจำนวนหรือไม่จำกัดสถานภาพหรืออายุ ใคร ๆ ก็สามารถนำเงินมาลงทุนได้กลโกงที่ 16 เขาจะมีการที่ทำให้เราตรวจสอบทางการเงินไม่ได้ มีการทำธุรกรรมทางการเงินที่ทำให้เราเกิดความงง และให้เราเข้าใจว่า สาเหตุที่คนอื่น ๆ ที่เข้ามาลงทุนร่ำรวยมากขึ้นเพราะเกิดจากการเข้ามาลงทุนนี้กลโกงที่ 17 เขาจะมีการเชิญชวนให้เข้าร่วมงานสัมมนา เขาจะแสดงว่ามีแผนธุรกิจที่สามารถทำให้ลงทุนแล้วเติบโตอย่างรวดเร็วได้กำไรงามกลโกงที่ 18 เขาจะมีการโฆษณาว่า เป็นการทำธุรกิจแนวใหม่ หรือเป็นการลงทุนแบบใหม่ (Start UP) หรือลงทุนในสินทรัพย์/หลักทรัพย์ตัวใหม่ ๆ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีความทันสมัย มีแนวโน้วหรือเทรน (Trend) มาแรง ลงทุนแล้วจะได้รับผลตอบแทนสูง (ปรี๊ด) กลโกงที่ 19 เขาจะมีการรับประกัน หรือการันตี (guarantee) ว่าเมื่อลงทุนแล้วจะได้รับผลตอบแทน 100% ไม่มีเสียโอกาส หรือไม่มีการขาดทุนเด็ดขาดกลโกงที่ 20 เขาจะมีการเชิญชวน ว่าหากชอบทำงานสบาย งานง่าย ๆ ไม่ลำบาก ไม่ยาก ทำงานได้โดยไม่กระทบต่องานประจำที่ทำอยู่ ลงทุนน้อย ได้รับผลตอบแทนสูง และได้รับแน่นอน ไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ทั้งสิ้นกลโกงที่ 21 เขาจะการนำเงินสดของเรา ไปลงทุนหรือแลกเปลี่ยนเป็นหน่วยลงทุนที่บริษัทหรือกิจการกำหนดขึ้นมาเอง (เอาเงินจริงไปแลกเป็นเงินสมมุติที่ทางเขากำหนดขึ้นมา)กลโกงที่ 22 เขาจะมีการใช้เรา ไปเชิญชวน/ชักชวนคนใกล้ชิดของเรา เข้ามาลงทุนหรือให้เข้ามาติดกับดัก เช่น คนในครอบครัว พี่น้อง ญาติ หรือเพื่อน ว่าเข้ามาลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทนสูง ลองเข้ามาลงทุนด้วยกัน (ลองสิเขาได้รับผลตอบแทนสูง ๆ กันมาแล้ว) กลโกงที่ 23 เขาจะหลอกให้เราโอนเงินไปลงทุน แล้วจูงใจว่า รอรับผลตอบแทนอย่างเดียว ไม่มีขาดทุนกลโกงที่ 24 เขาจะทำให้เรารู้สึก/เข้าใจว่า เป็นการลงทุนกับบริษัทหรือกิจการที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก อายุน้อยพันล้าน เป็นต้นกลโกงที่ 25 เขาจะสร้างโปรแกรมสำเร็จรูปเสมือนจริงทุกประการ มาเป็นหน้าจอแสดงผลหรือรายงานผลการลงทุน/ผลตอบแทน มีการแสดงกราฟ แบบเรียลไทม์ (Real Time) ดูเหมือนจริงโดยไม่มีที่ติ4. จากการรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ กรณีของการกระทำความผิดและรูปแบบของกลโกงแชร์ลูกโซ่และแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ ได้แนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันแชร์ลูกโซ่ และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันก่อนที่จะเกิดเป็นคดี (ป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำหรือต้นทาง) นำมาสร้างและพัฒนาแอปพลิเคชันในการตรวจสอบเช็คธุรกิจที่เข้าข่ายแชร์บูกโซ่เพื่อใช้ในการป้องกัน เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการตรวจสอบ บุคคล บริษัทหรือองค์กรที่เข้ามาชักชวนให้เข้าร่วมลงทุนว่าเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่หรือไม่ รวมทั้งเป็นแอปพลิเคชันในการเชื่อมโยงข้อมูลการข่าว การสืบสวน ตรวจสอบป้องกัน แชร์ลูกโซ่ ให้เกิดประสิทธิภาพแบบเบ็ดเสร็จในแอปพลิเคชันเดียว โดยแอปพลิเคชันที่สร้างและพัฒนาจากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ชื่อ CHECK DI เฉพาะกิจแชร์ลูกโซ่

คำสำคัญ

แชร์ลูกโซ่PONZI SCHSEMES

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนารูปแบบการป้องกันการทุจริตโดย อสม. และเครือข่ายภาคประชาชน

จิรพันธุ์ วิบูลย์วงศ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พ.ศ. 2559

การสร้างนวัตกรรมการเข้าถึงข้อมูลด้วยฐานข้อมูลร้อยแก่นสารสินธุ์บิ๊กเดต้า ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม

กฤษฎาภรณ์ จันตะคุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยการศึกษาการนำรูปแบบของบล็อกเชนมาใช้สนับสนุนงานคุ้มครองพยานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ

จตุพล บงกชมาศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2564

การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของข้อมูลร้อยแก่นสารสินธุ์บิ๊กเดต้า เพื่อหาศักยภาพและโอกาสของชุมชนด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม

นุชรินทร์ มิ่งโอโล มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2564

การสร้างความรับรู้และเข้าถึงฐานข้อมูลร้อยแก่นสารสินธุ์บิ๊กเดต้า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการรับรู้และการเข้าถึงข้อมูล ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม

ปริญ รสจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2564

การพัฒนา platform ที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายทอดข้อมูลร้อยแก่นสารสินธุ์บิ๊กเดต้าสู่ชุมชน ด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม

นันทวัน เจ๊กจันทึก มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2564

การพัฒนาระบบการตอบโต้ความเสี่ยงเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในเครือข่ายเขตสุขภาพภาคเหนือตอนบน.

กิ่งพิกุล ชำนาญคง กรมอนามัย พ.ศ. 2563

การสังเคราะห์งานวิจัยด้านการป้องกันการทุจริต

สยาม ธีระบุตร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2567

โครงการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดำเนินงานด้านการป้องกันการทุจริตกับสำนักงาน ป.ป.ช.

สุริยน วงศ์สุจริต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564

การส่งเสริมสนับสนุนนักวิจัยระดับกลาง ด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2564