การยอมรับวัคซีนโควิด 19 ของกลุ่มเสี่ยงในจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การระบาดใหญ่ของโรคโควิด 19 คาดว่าจะยังคงสร้างภาระให้กับการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตอย่างมหาศาล การยอมรับวัคซีนเป็นพฤติกรรมในการป้องกันโรคแต่ยังมีคนมากมายที่เลือกที่จะไม่รับวัคซีน โดยทางภาคใต้ของประเทศไทยยังคงขาดแคลนงานวิจัยที่เข้าใจทัศนะในการยอมรับวัคซีนและปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับวัคซีนของกลุ่มเสี่ยง การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) อธิบายการยอมรับวัคซีนโควิด 19 (2) เพื่อประเมินความตั้งใจที่จะยอมรับวัคซีนโควิด 19 และ (3) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการยอมรับวัคซีนโควิด 19 การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบภาคตัดขวาง รวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการเชิงปริมาณและคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างคือ พ่อค้าแม่ค้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แรงงานต่างด้าว และหญิงตั้งครรภ์ ในภาคใต้ ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถาม จำนวน 1,246 คน และรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ จำนวน 40 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ จำนวน ร้อยละ ไคสแควร์ การถดถอยโลจิสติค และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยจากการสัมภาษณ์พบปัจจัย 3 ประการที่มีผลต่อความตั้งใจที่จะรับวัคซีนโควิด 19 ภายใน 1 ปี ดังนี้ (1) ปัจจัยส่วนบุคคล บุคคลที่มีความตั้งใจที่จะรับวัคซีนคำนึงถึงการเดินทางได้สะดวก ได้รับการจ้างงานหรือหางานทำใหม่ได้ และการปกป้องตนเองและครอบครัว ในขณะที่ บุคคลที่ลังเลหรือไม่ตั้งใจที่จะรับวัคซีนรับรู้ถึงเงื่อนไขด้านสุขภาพของตนเอง การไม่ไว้ใจวัคซีนซึ่งเป็นสิ่งใหม่ และความเชื่อทางศาสนา (2) ปัจจัยระบบบริการ บุคคลที่มีความตั้งใจที่จะรับวัคซีนมีแนวโน้มที่มีทัศนคติที่ดีต่อบริการของรัฐ ในขณะที่บุคคลที่มีลังเลหรือไม่ตั้งใจที่จะรับวัคซีนขาดความเชื่อมั่นในผู้ให้บริการและหน่วยงานรัฐ และต้องการเลือกชนิดของวัคซีน (3) ปัจจัยด้านการสื่อสาร ข้อมูลที่ได้รับจากช่องทางต่าง ๆ จะเป็นได้ทั้งแรงจูงใจและลดความตั้งใจที่จะรับวัคซีน แรงจูงใจจากผู้อื่นที่อยู่ใกล้ตัวและความต้องการที่จะเข้าสังคมมีแนวโน้มที่เป็นแรงผลักดันทางบวก ในขณะที่ ข้อมูลจากสื่อทำให้เกิดความกลัวและเกิดความเชื่อเรื่องการทำลายล้างจึงมีแนวโน้มที่จะไม่ตั้งใจในการรับวัคซีนโควิด 19 กลุ่มเสี่ยงมีความตั้งใจรับวัคซีนโควิด 19 ภายใน 1 ปี คิดเป็น 66.6% ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจยอมรับวัคซีนโควิด 19 ได้แก่ (1) อายุ (2) การศึกษา (3) รายได้เฉลี่ย (4) สถานะทางการเงิน (5) ความเชื่อมั่นว่าระบบสาธารณสุขสามารถจัดการกับโรคโควิด 19 (6) การสวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่อออกนอกบ้าน/พบปะกับบุคคลภายนอก (7) การรับรู้ถึงประโยชน์ของป้องกันโรค และ (8) สิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติ ปัจจัยที่เป็นตัวทำนายความตั้งใจที่จะรับวัคซีนโควิด 19 มากที่สุด ได้แก่ สถานะทางการเงิน รายได้เฉลี่ยและการรับรู้ประโยชน์ของการรับวัคซีนโควิด 19 ตามลำดับ ดังนั้น หน่วยงานสาธารณสุขควรดำเนินการให้กลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนโดยอาศัยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขคำสำคัญ : การยอมรับ, วัคซีน, โควิด 19, กลุ่มเสี่ยง