นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเภสัชกรรมเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและทางสุขภาพอันเกิดจากพีเอ็ม 2.5
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานวิจัยนี้เน้นการบูรณาการความรู้หลายศาสตร์ในการแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มุ่งหวังให้ได้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมหลายชนิด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทางกายภาพเพื่อลดการสัมผัสฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และผลิตภัณฑ์จากสารธรรมชาติหรือสมุนไพรในการบริโภคเพื่อป้องกันพิษจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 โดยจุดเชื่อมโยงคือการใช้สารธรรมชาติมาเพิ่มคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันประชาชนตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันตนเองจากการรับสัมผัสฝุ่นพีเอ็ม 2.5ภายในอาคารมากขึ้น การศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงมุ่งพัฒนาสารสูตรตำรับฉีดพ่นที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ภายในพื้นที่ปิดหรือกึ่งปิด และพบว่าสารไบโอพอลิเมอร์และสารลดแรงตึงผิวมีลักษณะสมบัติที่สามารถช่วยในการเกาะรวมอนุภาคแขวนลอยในอากาศซึ่งรวมถึงฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ดีกว่าการใช้น้ำนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับพืชเพื่อลดการรับสัมผัสฝุ่นพีเอ็ม 2.5 นวัตกรรมระบบพฤกษาบำบัดมลพิษทางอากาศแบบธรรมชาติด้วยการใช้พืชช่วยลดปริมาณฝุ่นจึงได้ถูกพัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ ทั้งในแบบระบบที่เคลื่อนย้ายได้และระบบห้องกรองฝุ่น ซึ่งสามารถใช้ปลูกไม้ประดับฟอกอากาศเพื่อลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 โดยเมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ของไม้ประดับฟอกอากาศ 4 ชนิด พบว่า พลูด่างมีประสิทธิภาพในการลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 สูงที่สุด และเป็นพืชที่เหมาะสมในการนำมาปลูกในระบบพฤกษาบำบัดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เนื่องจากเจริญเติบโตได้เร็ว ปกคลุมพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้แสงน้อย ไม่ออกดอก งานวิจัยนี้ยังนำพืชเหลือใช้มาทำวัตถุดิบในการขึ้นรูปต้นแบบกระดาษกรอง เพื่อเป็นแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง จากการทดสอบประสิทธิภาพการกรองฝุ่นพีเอ็ม 2.5 พบว่า กระดาษกรองใยข้าวโพดกรองฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ดีที่สุด รองลงมาคือกระดาษกรองใยไหม และกระดาษกรองเยื่อไผ่ ตามลำดับ งานวิจัยนี้ยังพัฒนานวัตกรรมการใช้สารสกัดจากพืชในการช่วยลดอาการข้างเคียงอันเกิดจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อีกด้วย โดยสามารถควบคุมมาตรฐานสารสกัดจากใบรางจืดด้วยปริมาณของกรดโรสมารินิกและกรดคาเฟอิกซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันที่ดี และยังได้ทำการศึกษาสารสกัดจากสมุนไพรอีกหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพที่อาจนำพามาโดยฝุ่นพีเอ็ม 2.5 โดยมุ่งหวังจะใช้สารสกัดจากธรรมชาตินี้ในการเคลือบแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูงและนำไปเป็นองค์ประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพอันอาจเกิดจากการนำพาโดยฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ต่อไปมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะฝุ่นพีเอ็ม 2.5 กระตุ้นภูมิแพ้ผิวหนังและการสร้างอนุมูลอิสระซึ่งทำให้เกิดการทำลายเซลล์ผิวหนัง ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมุ่งค้นหาสารสกัดมาตรฐานสมุนไพรที่ควบคุมมาตรฐานสารสำคัญที่มีผลในการปกป้องและกำจัดสารพิษ (กระบวนการออโตฟาจี) ระดับเซลล์อันเกิดจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 พบว่าสารสกัดรางจืดได้รับเลือกเพื่อการศึกษาฤทธิ์ปกป้องเซลล์จากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และพบว่า เซลล์ที่ได้รับสารสกัดรางจืดก่อนได้รับฝุ่นเป็นเวลา 12 ชั่วโมง สามารถยับยั้งการเหนี่ยวนำอนุมูลอิสระโดยฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงออกเอ็มอาร์เอ็นเอเอ็นอาร์เอฟ-ทูได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในการศึกษานี้ยังได้นำสารสกัดมาตรฐานมะขามป้อมมาร่วมวิจัยโดยมุ่งหวังฤทธิ์กำจัดสารพิษและการเหนี่ยวนำความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในเซลล์เดอร์มอล แปปปิลลา จากผลการทดสอบพบว่าสารสกัดมาตรฐานมะขามป้อมมีฤทธิ์กำจัดสารพิษผ่านกระบวนการออโตฟาจี และจากการศึกษาการแสดงออกของ SOX2 สารสกัดสามารถเหนี่ยวนำความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดโดยการกระตุ้นการแสดงออกของ SOX2 ที่ 48 ชั่วโมง ดังนั้น สารสกัดมาตรฐานสมุนไพรที่มีศักยภาพในการต้านอนุมูลอิสระ กำจัดสารพิษ และกระตุ้นความเป็นเซลล์ต้นกำเนิดจะถูกนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ได้แก่ เจลอาบน้ำ แชมพู และโลชั่นป้องกันสิว ในภายหน้า