Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การศึกษาการลดความเข้มข้นของอนุภาคขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ด้วยหอคอยดักจับอนุภาคสำหรับพื้นที่โล่งโดยพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (ชื่อเดิม : การศึกษาการลดความเข้มข้นอนุภาคขนาด 2.5 ด้วยหอคอยดักจับอนุภาค สำหรับพื้นที่โล่ง โดยพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ)

อรรถกร อาสนคำ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

สภาวะปัญหาหมอกควันของประเทศไทยปี ณ ปัจจุบัน ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาในทุกภาคส่วนอย่างจริงจังตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถช่วยลดต้นเหตุและปัจจัยที่จะก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันในประเทศได้เป็นอย่างดี ทั้งการลดการเผาในประเทศ และการดูแลสุขภาพเมื่อเกิดสภาวะหมอกควัน แต่ยังคงมีปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ภายในประเทศได้ ซึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือการเผาไหม้พื้นที่ป่าเพื่อเตรียมทำการเกษตรของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เมื่อเข้าสู่ช่วงเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรจะมีกลุ่มควันจากประเทศเพื่อนบ้าน แพร่กระจายเข้ามาในพื้นที่ของประเทศไทย ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีการหาแนวทางในการบำบัดอากาศสำหรับพื้นที่โล่งแจ้งในสภาวะดังกล่าว ซึ่งเป็นที่มาของงานวิจัยนี้ งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาการลดความเข้มข้นของอนุภาคขนาด 2.5 ด้วยหอคอยดักจับอนุภาค สำหรับพื้นที่โล่ง โดยพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ โครงการนี้จะทำการศึกษาลักษณะของหอคอย 2 รูปแบบ คือแบบดูดล่างเป่าบน และแบบดูดบนเป่าล่าง เพื่อใช้ในการบำบัดในพื้นที่โล่ง โดยจะมีการเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ทางพลศสตร์ของไหลเชิงคำนวณกับผลการทดสอบจริง ที่ขนาดหอคอยสูง 1.6 m ภายในโรงทดสอบขนาด 3 m x 8 m x 20 m และนำโมเดลที่ได้ไปทำการศึกษาและขยายขนาด เพื่อใช้ในการศึกษาหาตัวแปรที่เกี่ยวข้อง เช่น ประสิทธิภาพของระบบบำบัดอากาศ อัตราการไหล และความสูง เป็นต้น รวมถึงรูปแบบการจัดวาง และการนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีอาคาร โดยจะทำการประเมินประสิทธิภาพการลดอนุภาคโดยรอบหอคอยที่เกิดขึ้น จากผลการเปรียบเทียบผลการทดสอบของหอคอยแบบดูดล่างเป่าบนสูง 1.6 m มีค่าแตกต่างกันประมาณ 10% จากผลการวิเคราะห์ปัจจัยต่อหอคอยแบบดูดล่างเป่าบน พบว่า ระยะโดมอากาศ(R) จะขึ้นอยู่กับความสูงหอคอย (H) โดยค่า R=1.3H ส่วนอัตราการไหลอากาศจะมีผลต่อความแข็งแรงของโดมอากาศ โดยควรให้ความเร็วลมม่านอากาศที่ตกถึงพื้นมีความเร็วที่ประมาณ 1 m/s (สภาวะอากาศนิ่ง) ส่วนกรณีที่มีลมเข้าปะทะโดมอากาศ ควรมีความเร็วลมม่านอากาศเป็น 12 เท่าของความเร็วลม ประสิทธิภาพของระบบบำบัดของหอคอย(Effesp) มีผลต่อประสิทธิภาพในการลดความเข้มข้นโดยรอบหอคอย(EffTW) ซึ่งจะได้ความสัมพันธ์ดังนี้ ภายใต้เงื่อนไข: อนุภาค 500 ppb และ 70 % ? Effesp ? 99.95 % ซึ่งในทางปฏิบัติควรให้ประสิทธิภาพระบบบำบัดเกิน 90% ขึ้นไป นอกจากนั้น หอคอยแบบดูดล่างเป่าบนจะสามารถลดความเข้มข้นอนุภาคที่จะเข้าสู่ระบบบำบัดอากาศของหอคอยได้ เนื่องจากมีการดูดอากาศบางส่วนในโดมอากาศเข้าไป ในกรณีศึกษาการขยายผลหอคอยให้มีขนาดใหญ่ (16 m) พบว่าต้องใช้พลังงานในสร้างม่านอากาศสูงถึง 70 kW ในส่วนของการปรับปรุงหอคอยให้มีช่องพ่นอากาศดีภายในพื้นที่โดมอากาศอีก 2 ช่อง และมีตำแหน่งดูดอากาศกลับไปยังช่องไปยังระบบบำบัดในหอคอยที่ตำแหน่งตกกระทบของม่านอากาศที่พื้น เมื่อวางเป็นกลุ่มหอคอย 3 เหลี่ยม จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการลดอนุภาคโดยรอบหอคอยได้เกิน 50% ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าสนใจนำไปต่อยอดเพื่อสร้างต้นแบบหอคอยจริง ส่วนกรณีของการศึกษาหอคอยแบบดูดบนเป่าล่าง ช่องพ่นอากาศดีด้านล่างจำเป็นจะต้องออกแบบให้อากาศดีพ่นออกมาได้สม่ำเสมอเต็มพื้นที่หน้าตัดให้มากที่สุด ซึ่งจะสามารถช่วยผลักดันอากาศที่มีความเข้มข้นสูงออกไปได้ แต่อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของหอคอยแบบดูดบนเป่าล่างค่อนข้างต่ำเมื่อวางเป็นลักษณะหอคอยเดี่ยว ซึ่งจากการศึกษาเพิ่มเติมในการวางหอคอยในลักษณะกลุ่มหอคอยแบบสามเหลี่ยมที่ความสูงหอคอยสูง 3.2 m และระยะห่างแต่ละหอคอยเท่ากับ 6.45 m ในบริเวณใกล้กรอบอาคาร พบว่า กลุ่มหอคอยแบบดูดบนเป่าล่างมีประสิทธิภาพในการลดความเข้มข้นอนุภาคที่บริเวณพื้นที่ระหว่าง 3 หอคอย ที่สูงถึง 65 % ซึ่งมากขึ้นกว่าการวางกลุ่มหอคอยในพื้นที่โล่ง (ไม่มีกรอบอาคาร) ถึง 2 เท่า เมื่อนำกลุ่มหอคอยของหอคอยทั้ง 2 รูปแบบ มาวิเคราะห์ต้นทุนทางด้านเศรษฐศาสตร์ โดยเปรียบเทียบเทคโนโลยีการบำบัดอากาศแบบไฟฟ้าสถิตและแบบแผ่นกรองละเอียด พบว่า กลุ่มหอคอยแบบดูดล่างเป่าบนและแบบดูดบนเป่าล่าง ที่มีระบบบำบัดอากาศแบบไฟฟ้าสถิตจะมีราคาต้นทุนที่ถูกกว่าแบบแผ่นกรองละเอียด เมื่อมีช่วยระยะเวลาการใช้งานหอคอยเกินกว่า 8 ปี และ 5 ปี ขึ้นไป ตามลำดับ

คำสำคัญ

Computational fluid dynamicsPM2.5พลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ2.5Particle capture towerParticle concentration reductionการลดความเข้มข้นอนุภาคพื้นที่โล่งแจ้งหอคอยดักจับอนุภาคอนุภาคขนาด

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการพัฒนาต้นแบบแพลตฟอร์มภูมิสารสนเทศและดาวเทียม เพื่อการบริหารจัดการ PM2.5 และอนุภาคในชั้นบรรยากาศ

ปกรณ์ เพ็ชรประยูร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ผลของ PM2.5 จากประเทศเพื่อนบ้านต่อระดับ PM2.5 ในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

พลปรีชา ชิดบุรี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การศึกษาผลกระทบของอัตราส่วนไลดาร์ต่อสัมประสิทธิ์การกระเจิงกลับของละอองลอยและเมฆ ในประเทศไทยด้วยเครื่องไลดาร์การกระเจิงแบบมี

ศิริลักษณ์ เรืองรุ่งโรจน์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2554

การประมวลผลข้อมูล PM2.5 เพื่อการจัดการมลพิษอากาศในอนาคตอันใกล้ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 2 (ชื่อเดิม : การพัฒนาระบบข้อมูล PM2.5 เพื่อลดปัญหามลพิษอากาศในอนาคตอันใกล้ของประเทศไทย)

ธีรชัย อำนวยล้อเจริญ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

โครงการวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงสำหรับพื้นที่เขตเงาฝนบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย (ปีที่ 2)

รังสรรค์ บุศย์เมือง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

แบบจำลองเชิงพื้นที่ค่าสุดขีดวางนัยทั่วไปเพื่อศึกษาปริมาณน้ำฝนสูงสุดของประเทศไทย

ปิยภัทร บุษบาบดินทร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2561

การจัดทำแนวทางการจัดการฝุ่น PM2.5 โดยการวิจัยการเกิดอนุภาคทุติยภูมิ (Secondary Aerosol Formation) จากการใช้ระบบแบบจำลองการจัดการคุณภาพอากาศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สาวิตรี การีเวทย์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การประเมินระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยใช้ข้อมูลดาวเทียมแบบ Near Real Time

เอริกา พฤฒิกิตติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การศึกษาอิทธิพลของแกนกลั่นตัวของเมฆ และอนุภาคละอองลอยในกระบวนการเกิดฝนในประเทศไทย : กรณีศึกษาภาคเหนือ

ฐิติกร จรรยาธรรม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร พ.ศ. 2558

การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างความแปรปรวนของฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนและปัจจัยทางภูมิอากาศเพื่อคาดการณ์สถานการณ์หมอกควันบริเวณภาคเหนือของไทย

ศิรพงศ์ สุขทวี กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2559