Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การศึกษาความสมบูรณ์เพศของกั้งตั๊กแตนหางจุด Harpiosquilla raphidea ด้วยเทคนิคทางชีวโมเลกุล เพื่อแนวทางการเพาะเลี้ยงเชิงพานิชย์

รชนิมุข หิรัญสัจจาเลิศ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษานี้สามารถแบ่งรังไข่กั้งตั๊กแตนหางจุดออกเป็น 6 ระยะได้แก่ เปอร์เซ็นต์ดัชนีรังไข่ 0-1.50% (จำนวน 11 ตัว), 1.50-3.00% (จำนวน 6 ตัว), 3.00-5.00% (จำนวน 4 ตัว), 5.00-7.00% (จำนวน 11 ตัว), 7.00-9.00% (จำนวน 5 ตัว) และมากกว่า 9.00% (จำนวน 4 ตัว) ตามลำดับ ทำการวัดขนาดของเซลล์ไข่ภายใต้กล้องจุลทรรศน์พบว่าค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางเซลล์ไข่ ค่าเฉลี่ยเส้นรอบวงเซลล์ไข่ และค่าเฉลี่ยพื้นที่ผิวเซลล์ไข่มีค่าอยู่ระหว่าง 32.32?7.72 ถึง 179.89?27.41 ไมโครเมตร, 101.49?24.24 ถึง 564.87?86.07 ไมโครเมตร และ 864.78?406.32 ถึง 25985.16?7364.73 ตารางไมโครเมตร ตามลำดับ เมื่อนำค่าที่ได้ของรังไข่แต่ละระยะมาเปรียบเทียบกันจะพบว่ารังไข่ระยะที่ 6 มีค่าสูงสุด และรังไข่ระยะที่ 1 มีค่าน้อยที่สุด ซึ่งรังไข่ระยะที่ 1 และ 6 มีความแตกต่างกับรังไข่ระยะ 2, 3, 4 และ 5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) นอกจากนี้ จากการศึกษาค่าสีของแนวน้ำเชื้อบริเวณปล้องอก สีของรังไข่บริเวณแพนหาง และสีของรังไข่ของแม่พันธุ์กั้งตั๊กแตนหางจุดที่ระยะการพัฒนารังไข่ที่แตกต่างกัน โดยใช้แอปพลิเคชั่น Color Analysis (lab tools) พบว่า ค่าความสว่างของสี (value) และค่า L* มีค่าที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ในแม่พันธุ์กั้งตั๊กแตนหางจุดที่ระยะการพัฒนารังไข่ระยะที่ 5 และ 6 โดยเฉพาะค่าสีของแนวน้ำเชื้อบริเวณปล้องอกและค่าสีของสีของรังไข่บริเวณแพนหาง จากนั้นศึกษา ทรานสคริปโตมทั้งจีโนมในรังไข่ของกั้งตั๊กแตนหางจุดโดยใช้แพลทฟอร์ม illumina แบบ de novo assembly สามารถสรุปจากการวิเคราะห์ unigene ได้ทั้งหมด 242,861 unigene เพื่อตรวจสอบหน้าที่จากฐานข้อมูลของ Nr, COG, Swisspot และ KEGG พบว่ามี unigene ที่ทราบหน้าที่ทั้งหมด 53,111, 25,460, 27,225 และ 3,838 unigene ตามลำดับ ส่วนในรังไข่ของกั้งตั๊กแตน พบยีนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารังไข่ในครัสเตเชียน เช่น Vitellogenin, Estrogen related receptor, retinoid-X receptor 2, hepatocyte nuclear factor 4-alpha-like, ecdysone receptor, nuclear receptor subfamily 2 group F member 1-A-like และ putative nuclear hormone receptor เป็นต้น ในการศึกษานี้สนใจยีนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารังไข่ คือ ยีนไวเทลโลจีนิน พบว่ามีการแสดงออกของยีนแบบ down-regulation เนื่องจากค่าที่ได้จากการคำนวณ fold change (log2) ของรังไข่ระยะปลายมีค่าน้อยกว่ารังไข่ระยะต้น เมื่อใช้เทคนิค realtime PCR เปรียบเทียบการแสดงออกในยีนเป้าหมายกับยีนควบคุม (Relative expression of Vtg) พบว่าการแสดงออกของยีนไวเทลโลจีนินในรังไข่ระยะที่ 5 มีการแสดงออกมากที่สุด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และลดต่ำลงในระยะที่ 6 นอกจากนี้ จากการศึกษารูปแบบโปรตีนในรังไข่โดยใช้เทคนิค SDS-PAGE จะพบแถบโปรตีนอยู่ในช่วง 16-175 กิโลดาลตัน จากนั้นตรวจสอบรูปแบบโปรตีนไวเทลลินด้วยเทคนิคเวสเทิร์นบลอท พบการปรากฏของแถบจำนวน 2 แถบ ซึ่งมีขนาด 55 และ 83 กิโลดาลตัน สำหรับการพัฒนาระบบการเลี้ยงแม่พันธุ์กั้งตั๊กแตนหางจุดให้วางไข่ ในกล่องแยกเดี่ยวด้วยระบบน้ำหมุนเวียน มีความแตกต่างจากการใช้ถังเลี้ยงระบบกล่องแยกเดี่ยวของปูทะเล แม่ไข่สามารถพัฒนารังไข่ได้ 13% และสามารถวางไข่ออกมาอุ้มที่ปล้องอกได้ประมาณ 10% ของการเลี้ยงในระบบเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ระบบดังกล่าวจึงมีความเป็นไปได้ที่จะใช้ในการเลี้ยงแม่พันธุ์กั้งตั๊กแตนหางจุดในสมบูรณ์เพศและวางไข่ได้ในเชิงพานิชย์ เมื่อพิจารณาความคุ้มทุนกรณีขายลูกกั้งตั๊กแตนในอัตรารอด 100% รวมการขายกั้งตั๊กแตนแบบเป็นกิโล ใช้ระยะเวลาการคืนทุนจากการเลี้ยงทั้งหมด 1.28 รอบ

คำสำคัญ

Cultivationการเพาะเลี้ยงmaturationเครื่องหมายพันธุกรรมMantis shrimpGenetic markersHarpiosquilla raphideaกั้งตั๊กแตนหางจุดสมบูรณ์เพศ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การปรับปรุงพันธุ์ลูกผสมข้ามชนิดของทานตะวันโดยใช้ลักษณะเกสรเพศผู้เป็นหมัน

พัฒนา สุขประเสริฐ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2561

การโคลนและศึกษาคุณสมบัติของยีนแก้ความเป็นหมันของเกสรตัวผู้ในข้าวไทย

กนกวรรณ จันทร์เพ็ญ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2558

การสร้างลูกผสมปทุมมา ทริพลอยด์

เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

การใช้ข้อมูลพันธุกรรมเพื่อปรับปรุงพันธุ์และการพัฒนาเสถียรภาพของสารสกัดดีปลีสำหรับควบคุมหนอนกระทู้

วันชัย ปลื้มภาณุภัทร สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

การปรับปรุงพันธุ์ว่านชักมดลูก เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต สารทุติยภูมิสำหรับใช้ในทางการเกษตร โดยการเพิ่มชุดโครโมโซมและการก่อกลายพันธุ์

รศ.ดร. สนธิชัย จันทร์เปรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552

การคัดเลือกและการปรับปรุงพันธุ์ไก่คอล่อนในชั่วอายุที่ 2

วิศาล อดทน มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2554

การจัดการระบบการผลิตแตนเบียนเพื่อการควบคุมหนอนเจาะลำต้นอ้อยอย่างยั่งยืน

นุชรีย์ ศิริ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2559

สมรรถภาพการให้ไข่และการสืบพันธุ์ของไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่สายพันธุ์ไข่ดกในฟาร์มเครือข่ายปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์สัตว์

เจนรงค์ คำมงคุณ กรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2566

การศึกษาความดีเด่นของพันธุ์อ้อยลูกผสมในลักษณะซีซีเอส

ประทุมมา วงษ์วิลา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2557

การประเมินพ่อและแม่พันธุ์เพื่อการผลิตลูกผสมชั่วที่ 1 ของผักกาดเขียวปลี

ธีรวัฒน์ สีทอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2557