การประยุกต์ใช้แฝกที่ปลูกโดยเทคโนโลยีใหม่เพื่อใช้ทางทันตกรรม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารากแฝกที่ได้จากการปลูกด้วยเทคโนโลยีใหม่ ตรวจเอกลักษณ์ทางพฤกษอนุกรมวิธานและเภสัชเวทเพื่อใช้เป็นมาตรฐาน ทดสอบฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและเชื้อราก่อโรคในช่องปากของสารสกัดรากหญ้าแฝก ทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดต่อเซลล์เนื้อเยื่อในช่องปากที่เพาะเลี้ยง พัฒนาตำรับเจลที่เข้ากับน้ำของสารสกัดรากหญ้าแฝก และทดสอบสมบัติทางกายภาพและฤทธิ์ต้านจุลชีพของเภสัชภัณฑ์ โดยใช้รากหญ้าแฝกที่ได้จากการปลูกโดยเทคโนโลยีใหม่คือการปลูกในน้ำและการปลูก ในถุงมาทำการศึกษาเปรียบเทียบกับรากหญ้าแฝกที่ได้จากการปลูกโดยวิธีดั้งเดิมคือการปลูกในดิน แฝกที่นำมาศึกษามีสามสายพันธุ์ คือสายพันธุ์พระราชทาน สายพันธุ์ใหม่ห้วยหวาย และสายพันธุ์ศรีลังกา จากการศึกษาพบว่าการปลูกทั้ง 3 วิธีมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกัน โดยการปลูกในถุงใช้แรงงานในการปลูกและเก็บเกี่ยวรากน้อยกว่าการปลูกในดิน มีต้นทุนต่ำกว่าและดูแลง่ายกว่าการปลูกในน้ำ รวมทั้งให้น้ำหนักรากต่อต้นสูงที่สุด ส่วนการตรวจเอกลักษณ์ทางพฤกษอนุกรมวิธานและเภสัชเวทพบว่ารากแฝกทั้งสามสายพันธุ์มีรูปแบบการจัดเรียงตัวของเนื้อเยื่อแบบเดียวกัน แต่ชนิดที่ปลูกในดินจะมีชั้นเนื้อเยื่อเรียงไม่สม่ำเสมอเมื่อเทียบกับหญ้าแฝกที่ปลูกในถุงและปลูกในน้ำ ส่วนผงรากหญ้าแฝกทั้งสามสายพันธุ์พบเนื้อเยื่อ เซลล์ และสารสะสมภายในเซลล์และเนื้อเยื่อคล้ายคลึงกัน แต่มีความต่างกันที่ขนาดและรูปร่างของเม็ดแป้ง เมื่อพิจารณาลักษณะของรากพบว่ารากหญ้าแฝกที่ปลูกในถุงมีลักษณะน่าใช้กว่าที่ปลูกในน้ำและได้รากที่ใหญ่กว่ายาวกว่าที่ปลูกในดิน อีกทั้งยังให้ yield ของสารสกัดมากกว่ารากที่ได้จากการปลูกแบบอื่นๆ โดยสารสกัดที่ได้จากรากหญ้าแฝกสายพันธุ์พระราชทานไม่ว่าจะปลูกด้วยวิธีการใด มีฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อราสายพันธุ์มาตรฐานและสายพันธุ์ก่อโรคจากคลินิกดีที่สุด จึงเลือกสารสกัดรากแฝกสายพันธุ์พระราชทานที่ปลูกทั้ง 3 วิธีมาศึกษาผลต่อการเจริญของเซลล์เพาะเลี้ยงปฐมภูมิ คือ เซลล์สร้างเส้นใยเหงือกและเซลล์เยื่อบุช่องปาก รวมทั้งเซลล์เพาะเลี้ยงทุติยภูมิ พบว่าสารสกัดในระดับความเข้มข้นที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียทดสอบสายพันธุ์ต่างๆ ไม่มีอันตรายต่อเซลล์เพาะเลี้ยง โดยได้ผลไม่แตกต่างกันระหว่างวิธีปลูก จึงคัดเลือกสารสกัดรากแฝกสายพันธุ์พระราชทานที่ปลูกในถุงมาศึกษาต่อไป จากการศึกษาพฤติกรรมเมื่อได้รับความร้อนโดยใช้เครื่องดิฟเฟอเรนเชียลสแกนนิงแครอลิมิเตอร์ (ดีเอสซี) พบว่าสารสกัดแยกส่วนของรากหญ้าแฝกสลายตัวเมื่อได้รับความร้อนมากกว่า 100 องศาเซลเซียส การศึกษาโครงสร้างภายในโดยอาศัยเครื่องเอกซ์เรย์ดิฟแฟรกโตมิเตอร์แสดงให้เห็นว่าสารสกัดแยกส่วนจากเฮกเซนและเอทิลอะซิเตต มีองค์ประกอบที่มีโครงสร้างภายในเป็นผลึกร่วมด้วย แต่สารสกัดแยกส่วนจากเอธานอลมีองค์ประกอบที่มีโครงสร้างภายในเป็นอสัณฐาน การศึกษาด้านสมบัติการละลายของสารสกัดหญ้าแฝกพบว่าสารสกัดแยกส่วนจากเอทิลอะซิเตตของรากหญ้าแฝกพันธุ์พระราชทานสามารถละลายในสารลดแรงตึงผิวประเภทละลายน้ำได้มากกว่าสารลดแรงตึงผิวประเภทละลายน้ำมันได้ ส่วนตัวทำละลายที่สามารถละลายสารสกัดนี้ได้ดี ได้แก่ เอทิลอะซิเตต เมทานอล ไดเมทิลซัลฟอกไซด์ และ ไดคลอโรมีเทน ในบรรดาสารสกัดแยกส่วน 3 ชนิดของรากหญ้าแฝกสายพันธุ์พระราชทานที่ปลูกในถุง พบว่าสารสกัดแยกส่วนจากเอทิลอะซิเตตมีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อแบคทีเรียสูงที่สุด ดังนั้นสารสกัดนี้จึงถูกเลือกมาใช้สำหรับการศึกษาต่อไปในด้านการนำมาพัฒนาเป็นตำรับเจลสารสกัด ก่อนการพัฒนาตำรับเจลสารสกัดได้ทำการศึกษาในด้านความเข้ากันของสารสกัดและสารก่อเจล โดยการนำสารก่อเจล 4 ชนิด ได้แก่ เฮชพีเอมซี เอมซี เอสซีเอมซี และคาร์โบพอล มาทำการทดลองผสมรวมกับสารสกัด ผลการทดลองพบว่าเฮชพีเอมซีเป็นสารก่อเจลที่ดีที่สุด เนื่องจากสามารถเข้ากันได้กับสารสกัดมากที่สุด รองลงมาเป็นเอมซี เอสซีเอมซี และคาร์โบพอล ตามลำดับ เจลสารสกัดที่พัฒนาได้จากสารก่อเจลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามีลักษณะดีน่าใช้และมีพฤติกรรมการไหลเป็นแบบซูโดพลาสติก ในบรรดาเจลพื้น 4 ชนิดพบว่าเจลพื้นเฮชพีเอมซีเป็นเจลพื้นที่ดีที่สุด เนื่องจากทำให้เจลสารสกัดมีความคงสภาพมากที่สุด รองลงมาเป็นเจลพื้นเอมซี เจลสารสกัดของเจลพื้นทั้งสองชนิดนี้ที่บรรจุในภาชนะป้องกันแสงและเก็บในที่เย็นมีพฤติกรรมการไหลที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากการศึกษาการคงสภาพพบว่าการเก็บเจลไว้ในที่เย็นและไม่มีแสงให้ผลดีที่สุด แต่เมื่อสังเกตลักษณะเนื้อเจลแล้วพบว่าเนื้อเจลเฮชพีเอมซีมีลักษณะดีกว่าเนื้อเจลเอมซี ดังนั้นเจลสารสกัดของเฮชพีเอมซีจึงถูกเลือกเพื่อนำไปศึกษาประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อก่อโรคในช่องปากต่อไป ผลการศึกษาพบว่าเจลสารสกัดรากแฝกเมื่อพัฒนาเสร็จใหม่สามารถยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อราก่อโรคในช่องปากได้ดี โดยเจลมีฤทธิ์เพิ่มขึ้นตามความเข้มข้นของสารสกัด เมื่อนำเจลสารสกัดที่ผ่านการศึกษาความคงสภาพนาน 3 เดือนในสภาวะที่มีแสงและไม่มีแสง รวมทั้งในสภาวะจัดเก็บที่อุณหภูมิต่างๆ กันมาศึกษาฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ พบว่าเจลนั้นยังคงมีฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อราได้ แต่น้อยกว่าเจลที่ผลิตใหม่เล็กน้อย โดยการเก็บเจลสารสกัดรากหญ้าแฝกที่อุณหภูมิเย็นและป้องกันแสงทำให้เจลสารสกัดยังคงมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อมากที่สุด