การศึกษาชีววิทยาประมง สังคมเศรษฐกิจ และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องต่อการฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าตามแนวทางการพัฒนาทางการประมง (Fishery improvement program: FIP) ในบริเวณอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฏร์ธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ข้อมูลชีววิทยาประมง การใช้ประโยชน์ฟื้นที่และสภาพแวดล้อม รวมทั้งสังคมเตรษฐกิจห่วงโซ่มูลค่า นับเป็นข้อมูสวิชาการที่สำคัญสนับสนุนการพัฒนาทา างการประมงตามมาตรฐานสากล งานวิจัยขึ้นนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมชัอมูสวิชาการสำหรับการวางแผนฟื้นฟูทรัพยากรปม้า รวมทั้งเป็นซ้อมูลสนับสนุนการ ประเมินเพื่อยกระดับการพัฒนาทางการประมงปูม้ของไทย (Fishery improvement program) โดยผู้ ประเมินต่างจากองค์กรระหว่างประเทศ (Marine resources assessment group: MRAG) โดยมีระยะเวลา ดำเนินงาน 2 ปี และรายงานฉบับนี้เป็นการรายงานผลในรอบ 1 ปีแรกของการทำการวิจัยซึ่งข้อมูลได้นำไปใช้ ประโยชน์เพื่อการประเมินส่งผลห้ประเทศไทยได้คะแนนการพัฒนาแบบข้ามกระโดด จากระดับ C ในปี พ.ศ. 2560 (ก่อนการดำเนินโดรงการ) เป็นระดับ A ในปี พ.ศ. 2561 (หลังการดำเนินโครงการ) และคงที่ในระดับ A (acvanced progress) ใน ปี พ. 2562 ทำให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยสามารถส่งออกปูม้ไปยังคู่ ค้าหลักตลาดต่งประเทศได้มากยิ่งขึ้น เช่น ประเทศสหรัฐอเมริก ต้หวัน ฮ่องกง ออสเตรเสีย และแคนาดา ในส่วนของข้อสรุปทางวิชาการ พบว่ปูม้าในบริเวณอ่าวบ้านดอนสามารถสืบพันธ์ได้ทั้งปี แต่จะมีช่วงสืบพันธุ์ หลัก 2 ช่วงคือ ช่วงเตือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม และช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ซึ่งสอดคล้อง กับสักษณะทางสมุทรศาสตร์ของอ่าวบ้านตอนซึ่งคุณภาพในช่วงตังกล่าวเหมาะสมกับการวางไข่ของปูม้า ขณะที่ความเต็มซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่ออัตรากรรของปูมัวัยอ่อนมีความผันแปรระหว่างเดือนหรือ ฤดูกาล แต่ในช่วงสืบพันธุ์ดังกล่าวช้างตันพื้นที่บริเวณอ่าวความเค็มค่อนข้างสูงกว่า 27 นอกจากนี้ผลการศึกษา แบบจำลองกระแสน้ำชี้ให้เห็นว่ากระแสน้ำในบริเวณอ่าวบ้านดอนมีความแตกต่งตามฤดูกาลและ ฟื้นที่เกาะ หัวเสร็จเป็นพื้นที่เหมาะสมต่อการเป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อน ขณะที่การใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ได้ส่งผลต่อการ ดำรงชีวิตของปูม้า การใช้ประโยชน์ปูม้าในพื้นที่เมื่อพิจารณาจากคำสัมประสิทธิ์การใช้ประโยชน์และค่า MSY แสดงให้เห็นว่ามีการใช้ประโยชน์เกินตักย์การผสิตโดยธรรมชาติเล็กน้อย ขณะที่สัดส่วนของพ่อแม่พันธ์ (SPR) ยังอยู่ในระดับที่เกินมาตรฐานตามจุดอ้างอิงที่ยอมรับได้จากสากลประเทศ เนื่องด้วยอํวบ้านตอนเป็นพื้นที่ ประมงปูม้าหลักของประเทศ มีสภาพแวดล้อมเห หมาะสมกับการอยู่อาศัยของปูม้าและมีสารอาหารใหลลงสู่อ่าว ตลอดเวลา สักษณะอ่วเป็นสันตอน ซึ่งเป็นระบบนิเวดที่เหมาะสมกับปูม้า ผลจับในอ่วบ้านตอนจึงยังทำให้ ชาวประมงในพื้นที่อ่าวบ้านตอนมีสภาพทางสังคมเศรษฐกิจที่ดีกว่าการทำเกษตรในพื้นที่อื่นของประเทศมื รายได้เฉสี่ยสูงกว่าภาคเกษตรอื่นๆ และมีภาวะหนี้น้อย โดยรายได้เฉสี่ยของชาวประมงที่อ่วบ้านตอน เท่ากับ 21,950 บาท่ ช่องทางการขายปูม้าส่วนใหญ่จะขายตรงห้กับแพปูม้าในฟื้นที่คิดเป็นกว่าร้อยละ 80 ของผลจับ ทั้งหมด โดยหลังจากนั้นแพจะส่งต่อไปยังบริษัทคิดเป็นร้อยละ 48 และมีช่องทางการขายบางส่วนที่เกิดขึ้น ใหม่ๆจากการปรับตัวเพื่อเพิ่มรายด้เช่น ขายปสีกในลาดสต ลาดออนไสน์ เป็นตัน การดำเนินโครงการยังคง มีความจำเป็นในการเก็บรวบรวมข้อมูลและทำการวิจัยเพิ่มเติมนปีที่ 2 ก่อนที่จะสามารถนำข้อมูลมาเพื่อการ บริหารจัดการ เนื่องจากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน อย่างไรก็ตามในระยะแรกของโครงการได้นำข้อมูล เพื่อประเมินการพัฒนา าทางการประมงไทยตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการ รวมทั้งข้อมูลทางวิชาการ สามารถนำไปประกอบการประกาศพื้นที่แหล่งหลบภัยสัตว์น้ำโยกรมประมง ในส่วนของแผนการบริหาร จัดการเพื่อการทำประมปูม้าอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญที่จะต้องทำการวิจัยเพิ่มเติมในปีที่ 2 เพื่อให้งานวิจัย ครอบคลุมทั้งช่วงเวลาและเนื้อหาสาระ ก่นที่จะนำข้อมูลมาบูรณาการเสนอแผนการบริหารจัดการปูม้าของ ประเทศไทยต่อไป