Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

การประเมินสภาวะทรัพยากรปูม้า (Portunus pelagicus Linnaeus, 1758) บริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกของประเทศไทย

กำพล ลอยชื่น สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การประเมินสภาวะทรัพยากรปูม้า (Portunus pelagicus) บริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงธันวาคม ปี 2562 พบว่า เครื่องมือประมงหลักที่จับปูม้า ได้แก่ ลอบปู และอวนจมปู มีแหล่งประมงที่สำคัญในเขตทะเลชายฝั่ง ลอบปูและอวนจมปูมีอัตราการจับสัตว์น้ำเฉลี่ย 0.26 กิโลกรัม/ลอบ 10 ลูก และ 0.23 กิโลกรัม/ ความยาวอวน 100 เมตร และจับปูม้าได้ร้อยละ 92.24 และ 84.43 ของสัตว์น้ำที่จับได้ทั้งหมด ตามลำดับ และพบว่าปูม้ามีค่า ความยาวอนันต์เท่ากับ 20.50 เซนติเมตร สัมประสิทธิ์การเติบโตเท่ากับ 1.75 ต่อปี ค่าสัมประสิทธิ์การตายรวม (Z) เท่ากับ 10.88 ต่อปี ค่าสัมประสิทธิ์การตายโดยธรรมชาติ (M) เท่ากับ 2.93 ต่อปี ค่าสัมประสิทธิ์การตายจากการประมง (F) เท่ากับ 7.95 ต่อปี มีสัดส่วนการใช้ประโยชน์จากปูม้า เท่ากับ 0.73 และมีจำนวนประชากรทดแทนปูม้าในแหล่งประมงเมื่อขนาดความกว้างกระดอง 4.00 เซนติเมตร จำนวน 59,369,033 ตัว โดยปูม้ามีศักย์การผลิตสูงสุดที่ยั่งยืนและมูลค่าสูงสุดที่ยั่งยืนในปี 2562 เท่ากับ 4,209.86 ตัน และ 634.93 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งมีระดับการลงแรงประมงจับปูม้าในปัจจุบันบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกของประเทศไทยสูงกว่าระดับการลงแรงที่เหมาะสมที่ผลิตสูงสุดที่ยั่งยืนแล้ว ร้อยละ 10 แนวทางการจัดการทรัพยากรปูม้าบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออกของประเทศไทย โดยการกำหนดขนาดของช่องตาอวน ลอบปูใช้ขนาดตาอวนหุ้มลอบไม่ต่ำกว่า 2.50 นิ้ว และอวนจมปูใช้ขนาดตาอวนไม่ต่ำกว่า 9.00 เซนติเมตร (3.50 นิ้ว) กำหนดจำนวนลอบปูให้เรือประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ ใช้ทำการประมงแต่ละครั้ง ไม่เกิน 46 และ 1,357 ลูก/ลำ ตามลำดับ ส่วนอวนจมปูใช้ความยาวอวนทำประมงแต่ละครั้งไม่เกิน 3,045 และ 4,167 เมตร/ลำ ตามลำดับ รวมถึงการส่งเสริมให้ปล่อยปูม้าที่มีไข่นอกกระดองที่จับได้กลับสู่ทะเลโดยตรง หรือมอบแม่พันธุ์ปูม้าไข่นอกกระดองให้ไปเพาะฟักลูกปูม้าเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่เรียกว่าธนาคารปู อย่างน้อย 97 ตัว/วัน ปล่อยอย่างน้อย 200 วัน/ปี จะทำให้ปูม้ากลับมาอยู่ในระดับที่ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดและยั่งยืนภายใต้การแรงประมงที่มีอยู่

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ทรัพยากรสัตว์น้ำจากเรือสำรวจประมง บริเวณฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย พ.ศ. 2549

สิชล หอยมุข ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน พ.ศ. 2559

ทรัพยากรสัตว์น้ำบริเวณกลางอ่าวไทย จากการสำรวจโดยเครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ ปี 2547-2548

สุมา รักแผน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2555

ทรัพยากรสัตว์น้ำจากเรือสำรวจประมงบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ปี 2540 ถึง 2543

ปิยะโชค สินอนันต์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2555

อัตราการจับและองค์ประกอบขนาดปูม้าจากเครื่องมือประมงอวนลากและอวนรุนในน่านน้ำไทย

เฉลิมชาติ อรุณโรจน์ประไพ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน พ.ศ. 2553

การประเมินกลุ่มประชากรปูม้า Portunus pelagicus Linnaeus 1758 เพื่อการปรับปรุงการทำประมงอย่างยั่งยืน บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี

ชุตาภา คุณสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี พ.ศ. 2561

การประเมินสภาวะทรัพยากรปูม้า (Portunus pelagicus (Linnaeus, 1758)) บริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

ทิวารัตน์ สินอนันต์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2555

ประเมินสภาวะทรัพยากรปลาหน้าดินในน่านน้ำไทย

นายอำนวย คงพรหม กรมประมง พ.ศ. 2551

สัตว์น้ำวัยอ่อนบริเวณอ่าวไทยตอนใน

ปิยวรรณ หัสดี กรมประมง พ.ศ. 2560

ความชุกชุมและการแพร่กระจายของสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนตามระยะห่างฝั่ง ทางฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย

ไภทูล ผิวขาว กรมประมง พ.ศ. 2557

สภาวะการทำประมงพื้นบ้านบริเวณแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง

วราภรณ์ เดชบุญ กรมประมง พ.ศ. 2557