การจัดทำฐานข้อมูลและการแปรรูปเพิ่มมูลค่าของโกโก้ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โกโก้เป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม เชียงรายเป็น 1 ใน 5 จังหวัดภาคเหนือที่มีพื้นที่การปลูกโกโก้มาก อย่างไรก็ตามการเพาะปลูกและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยังน้อยกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นการส่งเสริมให้มีการเพาะปลูก และการแปรรูปเพิ่มมูลค่า จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดการนำเข้าโกโก้ และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ จัดทำฐานข้อมูลโกโก้จังหวัดเชียงรายและหาอัตลักษณ์ของโกโก้ การแปรรูปเพิ่มมูลค่าโกโก้ และประเมินศักยภาพพื้นที่และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและจังหวัดเชียงราย การจัดทำฐานข้อมูลได้ทำการสำรวจทั้งหมด 3 สวน ซึ่งมีทั้งการแปรรูปแบบอินทรีย์และใช้สารเคมี มีค่าเฉลี่ยผลผลิต 48.5-72 กิโลกรัมต่อเดือน อินทรีย์วัตถุในดินมีค่อนข้างต่ำ และความชื้นในดินต่ำเล็กน้อย แต่ค่าพีเอชมีความเหมาะสมในการปลูก โภชนาการของเมล็ดและผงโกโก้ อยู่ในมาตรฐาน ยกเว้นไขมันที่ต่ำเล็กน้อยในมล็ดโกโก้ การศึกษาการตกผลึกไขมัน พบว่า สภาวะ 40 26 30 oC เป็นสภาวะที่เหมาะสม และในการเก็บรักษาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ไม่เกิด fat bloom การเติมโปรตีนจากอัลมอนด์และนมพร่องมันเนยมีผลทำให้ปริมาณโปรตีนในช็อคโกแลตเพิ่มสูงขึ้น และการเติมเส้นใยไซเลียมฮัสมีผลทำให้เส้นใยเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน จากนั้นทำการเตรียมไส้ช็อคโกแลตและทำการประเมินความชอบ พบว่า ไส้ชาเขียวได้รับการยอมรับมากที่สุด รองลงมาคือ แยมมัลเบอรี่และคอมบูชามัลเบอรี่ตามลำดับ ผู้บริโภคทั้งหมดมีความชอบในผลิตภัณฑ์และมีความต้องการซื้อ การศึกษาการแปรรูปเปลือกโกโก้เป็นถ่านชีวมวลพบว่า เปลือกโกโก้แห้ง 3 กิโลกรัม เผาได้ถ่านจำนวน 1 กิโลกรัม และเมื่อเตรียมร่วมกับถ่านจากซังข้าวโพดจะทำให้ได้ความจุความร้อนเพิ่มขึ้น ปริมาณคาร์บอนคงตัว (fixed carbon) พบว่าถ่านเปลือกโกโก้และถ่านซังข้าวโพดมีปริมาณคาร์บอนคงตัวที่เพิ่มมากขึ้นเท่ากับ 43.7 และ 58.9 % ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับชีวมวลจากเปลือกโกโก้และถ่านซังข้าวโพด ซึ่งความคงตัวที่สูงบ่งบอกถึงคุณสมบัติที่ดีของถ่าน ทำให้ถ่านเผาไหม้ได้นาน และพบว่าซึ่งถ่านจาก 2 วัตถุดิบมีค่าพลังงานความร้อนที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานถ่านอัดแท่ง การศึกษาการทำสบู่พบว่าได้ด่างจากเถ้าที่มีพีเอชที่เหมาะสม และมีส่วนผสมในการทำสบู่ดังนี้ น้ำมันรำข้าว (38.1 %) น้ำมันมะพร้าว (23.81%) เนยโกโก้ (19.05%) และน้ำมันมะกอก (19.05%) และใช้ ส่วนน้ำด่าง โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ 76.20 กรัม และ น้ำด่างขี้เถ้าเปลือกโกโก้ 177.79 กรัม และได้สบู่เหลวขึ้นมาทั้งหมด 4 สูตร และพบว่าสูตรที่ดีที่สุด คือ เจือจางหัวสบู่ด้วยน้ำในอัตราส่วน 1:1 และมีการเติมเกลือ ความเข้มข้น 4% (w/w) และกรดซิตริกที่ความเข้มข้น 1% (w/w) ส่งผลให้เนื้อสบู่ที่ได้มีความหนืดเพิ่มขึ้น สำหรับปริมาณการเกิดฟองของสบู่เหลว ที่มี/ไม่มี การปรับแต่งเพิ่มเติมด้วยสาร Lanoline และ Propylene glycol มีค่าไม่แตกต่างกัน ผลการยอมรับของผู้ทดลอง พบว่าให้การยอมรับสบู่เหลวในระดับ 3 จากคะแนนเต็ม 5 ในการหาแนวทางการเพื่อพัฒนาเป็นท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้ทำการอบรมให้เกษตรกร เรื่องการเป็นแหล่งเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งมีทั้งสวนโกโก้และสวนผลไม้ใกล้เคียงเข้ารับการอบรม ภายหลังการประเมินศักยภาพพื้นที่ พบว่า มีสวนที่มีความพร้อมในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร คือ สวนฉันกับเธอ มีศักยภาพในระดับดีมาก เนื่องจากมีความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงได้ง่าย และมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์โกโก้ ดังนั้นจะได้พัฒนาพื้นที่นี้เป็นเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรร่วมกับสวนผลไม้อื่นๆแบบ one day trip ในอนาคตต่อไป