การศึกษาเพื่อวางกรอบในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัย เรื่อง การศึกษาเพื่อวางกรอบในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสังเคราะห์ผลการศึกษาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ความเป็นไปได้ในการลงทุน และระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่โดยรอบของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) 2) เพื่อสร้างการรับรู้ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และ 3) เพื่อนำเสนอกรอบในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โครงการวิจัยนี้ประกอบด้วย 1 แผนงาน และโครงการย่อย 3 โครงการ คือ (1) โครงการย่อยที่ 1 การศึกษาเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพของพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) (2) โครงการย่อยที่ 2 การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการด้านการลงทุน และความเป็นไปได้ทางการเงินเพื่อรองรับการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และ (3) โครงการย่อยที่ 3 การศึกษาระบบโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) การวิจัยครั้งนี้ ใช้การวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ได้แก่ การแจกแบบสำรวจ และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)ได้แก่ การวิจัยเอกสาร การสังเกต การสัมภาษณ์ การประกวดความคิด การจัดกิจกรรม การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น และเวทีสาธารณะ การวิจัยในครั้งนี้ เน้นการรับรู้ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แบ่งออกเป็น 9 ภาคส่วน ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มคนที่อยู่อาศัยบริเวณพื้นที่ กลุ่มที่ 2 กลุ่มบุคลากรสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) กลุ่มที่ 3 กลุ่มคนที่มาใช้บริการ กลุ่มที่ 4 ภาครัฐ กลุ่มที่ 5 ภาคการลงทุน เอกชน ธุรกิจ กลุ่มที่ 6 ภาคการท่องเที่ยว กลุ่มที่ 7 นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มที่ 8 ภาคประชาสังคม และกลุ่มที่ 9 ภาคการศึกษา โดยผลการวิจัยเป็นดังนี้ จากการศึกษาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ความเป็นไปได้ในการลงทุน และระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่โดยรอบของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) พบว่าการใช้ประโยชน์พื้นที่และอาคารของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) แบ่งเป็น (1) พื้นที่สาธารณประโยชน์ที่คำนึงถึงองค์ประกอบทางธรรมชาติในการจัดภูมิสถาปัตยกรรม เช่น สวนสาธารณะ ป่าในเมือง สวนหย่อม เป็นต้น (พื้นที่สีเขียว) (2) พื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ที่เป็นลักษณะลานกลางแจ้งหรือพื้นที่เปิดโล่ง เช่น ลานกิจกรรม ลานอเนกประสงค์ ลานคนเมือง เป็นต้น (พื้นที่สีเหลือง) (3) พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสาธารณประโยชน์และสามารถสร้างรายได้ เอื้อต่อกระบวนการพัฒนาการผลิต ธุรกิจและกิจกรรมของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศต่อไป (พื้นที่สีส้ม) (4) พื้นที่เพื่อจัดประโยชน์ในการสร้างรายได้ โดยรายได้ที่เกิดขึ้นนั้น จะนำไปใช้ในการบริหารโครงการของการรถไฟ และเกื้อกูลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน เช่น พื้นที่ตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่ให้เช่า เป็นต้น (พื้นที่สีแดง) (5) พื้นที่กลุ่มอาคารอนุรักษ์ทั้งห้าหลัง และพื้นที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น อนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวง เป็นต้น (พื้นที่สีน้ำตาล) โดยในงานวิจัยนี้ ได้นำเสนอทางเลือก 3 รูปแบบตามสัดส่วนการใช้พื้นที่ โดยแต่ละรูปแบบประกอบด้วยระยะเวลาการคืนทุนและผลตอบแทนทางธุรกิจ โดยรูปแบบการลงทุนควรเป็นไปในลักษณะร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งอาจมีมากกว่า 1 ราย และการลงทุนควรคำนึงถึงสภาวการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต กรอบในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) แบ่งออกเป็น 3 วง คือ 1) สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ความเป็นไปได้ในการลงทุน และระบบโลจิสติกส์ 2) บริบทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เมืองสร้างสรรค์ เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และการพัฒนาที่ยั่งยืน และ 3) ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นโยบายระดับประเทศ/ระดับองค์กร ปัจจัยภายใน/ภายนอก รูปแบบการบริหารจัดการ และ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การสร้างการรับรู้ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ทำขึ้นโดยใช้เทคนิคการสื่อสารสองทาง (2 Ways Communication) บนแพลตฟอร์ม 2 ลักษณะในระบบออฟไลน์ และสื่อสังคมออนไลน์การสื่อสารสองทางแบบ Mass Interpersonal เพื่อให้ครอบคลุมคนในสังคม โดยการสื่อสารและรับฟังความเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆอาทิ Facebook Fanpage โครงการวิจัยอนุรักษ์และพัฒนาสถานีรถไฟกรุงเทพ-หัวลำโพงกิจกรรม Community Walk การเสวนาวิชาการ การจัดเวทีสาธารณะโดยร่วมกับสื่อสาธารณะ เช่น ThaiPBS The Active และ The Cloudนอกจากนี้ได้ทำการสนทนากลุ่มย่อยของผู้แทนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การสำรวจความคิดเห็นผ่าน Google Form การสื่อสารผ่านสื่อสาธารณะและสถานีวิทยุจุฬาฯ การนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว”หัวลำโพงและชุมชนใกล้เคียง” (HuaLamphong Virtual Tour) และการจัดนิทรรศการออนไลน์สรุปผลการวิจัยของแผนงานและโครงการย่อยทั้งสามโครงการ ซึ่งมีสนใจผู้เข้าชมกว่า 900 คน ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป คือ ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเชิงลึกทั้งด้านกายภาพและการลงทุนที่เป็นปัจจุบัน โดยภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาครัฐกับรัฐ/องค์กรมหาชน สามารถดำเนินการได้ในส่วนพื้นที่เป็นพิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ พื้นที่สีเขียว กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยงานภาครัฐและองค์กรมหาชนที่มีศักยภาพในการร่วมทุน ได้แก่ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐที่ร่วมดูแลชุมชน ได้แก่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันการศึกษาโดยรอบหรือที่สนใจสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมและทำงานร่วมกับชุมชน และชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ มีส่วนร่วมในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และการพัฒนาที่ยั่งยืน