การศึกษาคุณภาพทางเคมี และการสีของเมล็ดของสายพันธุ์ข้าวที่ได้จากโครงการย่อยที่ 1 และโครงการย่อยที่ 2
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
คุณภาพการสี คุณภาพทางกายภาพและคุณภาพทางเคมีมีความสำคัญต่อการปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพื่อให้ได้ข้าวที่เป็นที่ต้องการของตลาด ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคและเหมาะสมต่อการแปรรูปต่อไปตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยนี้ประกอบด้วยข้าวเจ้า จานวน 14 ตัวอย่าง เป็นข้าวเจ้าพันธุ์เปรียบเทียบ 3ตัวอย่างและข้าวเจ้าที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ 11 ตัวอย่าง และข้าวเหนียวจานวน 10 ตัวอย่าง เป็นข้าวเหนียวพันธุ์เปรียบเทียบ 2 ตัวอย่าง ข้าวเหนียวที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ 8 ตัวอย่าง นามาทาการวัดค่าคุณภาพการสี คุณภาพทางกายภาพและคุณภาพทางเคมี พบว่าความชื้นของข้าวเปลือกและข้าวสารของข้าวเจ้ามีค่าอยู่ในช่วงร้อยละ 12.45-14.00 และ 8.25-9.14 ตามลาดับ ส่วนความชื้นของข้าวเปลือกและข้าวสารของข้าวเหนียวมีค่าอยู่ในช่วงร้อยละ 12.05-13.20 และ 7.99-9.04 ตามลาดับ ปริมาณข้าวสารที่ได้จากข้าวเจ้าและข้าวเหนียวมีค่าอยู่ในช่วงร้อยละ 53.58-65.64 และ 55.58-65.64 ของข้าวเปลือก ตามลาดับ ปริมาณข้าวสารเต็มเมล็ดและต้นข้าวของข้าวเจ้าและข้าวเหนียวมีค่าเท่ากับร้อยละ 52.39-84.61 และ 72.01-92.11 ของข้าวสารทั้งหมด ตามลาดับ ทั้งนี้ปริมาณของต้นข้าวและข้าวเต็มเม็ดอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตัวอย่างข้าวเจ้าและข้าวเหนียวในการทดลองนี้มีเมล็ดยาวปานกลางร้อยละ 57.14 และ 70.00 ของตัวอย่างข้าวแต่ละชนิดทั้งหมด ส่วนรูปร่างข้าวเจ้าและข้าวเหนียวทุกตัวอย่างจัดเป็นข้าวที่มีรูปร่างเมล็ดเรียว โดยมีสัดส่วนของความยาวต่อความกว้างมากกว่า 3.0 ทุกตัวอย่าง แป้งสุกที่ได้จากแป้งข้าวเจ้าพันธุ์ปรับปรุงในการทดลองนี้ร้อยละ 80 (8 ตัวอย่าง) เป็นประเภทแป้งสุกแข็ง ส่วนพันธุ์อ้างอิงร้อยละ 100 (3 ตัวอย่าง) จัดเป็นแป้งสุกอ่อน ส่วนแป้งสุกที่ได้จากแป้งข้าวเหนียวเป็นแป้งสุกอ่อนทุกตัวอย่าง เมื่อพิจารณาผลของการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้า มีแนวโน้มเพิ่มความแข็งของแป้งทาให้เปลี่ยนจากแป้งสุกอ่อนเป็นแป้งสุกแข็ง ข้าวเจ้าในการทดลองนี้มีอัตราการยืดตัวอยู่ในช่วง 1.35-1.54 ส่วนข้าวเหนียวมีค่าอยู่ในช่วง 1.33-1.49 ข้าวเจ้ามีปริมาณอะมิโลสอยู่ในช่วงร้อยละ 9.96-23.35 ซึ่งข้าวพันธุ์ปรับปรุงมีทั้งที่เป็นข้าวอะมิโลสต่าและปานกลาง ส่วนข้าวเจ้าพันธุ์อ้างอิงมีเฉพาะประเภทข้าวอะมิโลสต่า ส่วนข้าวเหนียวมีค่าอยู่ในช่วงร้อยละ 3.70-6.18 จัดเป็นข้าวอะมิโลสต่าทุกตัวอย่างทั้งข้าวเหนียวพันธุ์อ้างอิงและพันธุ์ปรับปรุง การสลายตัวในด่างของข้าวเจ้ามีค่าตั้งแต่ 2-7 ส่วนข้าวเหนียวมีค่า 4-7 ส่วนสมบัติทางด้านความหนืด (pasting properties) เป็นดังนี้อุณหภูมิในการเกิดเจลของแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียวในการทดลองนี้มีค่าอยู่ในช่วง 86.75-91.51 และ 73.99-79.33 องศาเซลเซียส ความหนืดสูงสุด (peak viscosity) ในการทดลองนี้มีค่า 1340.00-4166.67 และ 1534.21-2678.00 เซนติพอยส์ สาหรับข้าวเจ้าและข้าวเหนียว ตามลำดับ