การพัฒนาประสิทธิภาพเชิงความร้อนของเตาแก๊สหุงต้มในครัวเรือนด้วยฝาครอบชนิดวัสดุพรุนแบบเซลลูลาร์เปิด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและสร้างฝาครอบเตาแก๊สหุงต้มในครัวเรือนชนิดแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงโดยการประยุกต์ใช้วัสดุพรุนเซลลูลาร์เปิด และเพื่อศึกษาอิทธิพลรูปแบบการจัดเรียงของวัสดุพรุนเซลลูลาร์เปิดในฝาครอบเตาแก๊สที่มีต่อประสิทธิภาพเชิงความร้อน (?th) วัสดุพรุนที่ใช้ในการทดลอง คือ เซลลูลาร์เปิดทำมาจากโลหะผสมชนิดนิกเกิล – โครม (Nickel – Chrome, Ni-Cr) ฉะนั้นฝาครอบเตาแก๊สแบบใหม่นี้จะนิยามเรียกว่า ฝาครอบเตาแก๊สชนิดวัสดุพรุนแบบเซลลูลาร์เปิด (OPC) ค่าจำนวนช่องว่างต่อหนึ่งนิ้ว (Pores per inch, PPI) ของวัสดุพรุนชนิดเซลลูลาร์เปิดที่ทำการศึกษาจะมีทั้งหมด 3 ขนาด คือ PPI = 10, 20 และ 30 โดยในการจัดเรียงจะเลือกใช้ PPI ของวัสดุพรุนตัวเปล่งรังสี (PPIPE) มีค่ามากกว่า PPI ของวัสดุพรุนตัวรับรังสี (PPIPA) เสมอ ความหนาของวัสดุพรุนตัวเปล่งรังสี (HPE) ที่ใช้ในการทดลอง มี 4 ขนาด คือ 0.5, 1, 1.5 และ 2 เซนติเมตร แต่ตัวรับรังสี (HPA) จะศึกษา 3 ความหนา คือ 0.5, 1 และ 2 เซนติเมตร มุมเอียงของวัสดุพรุนตัวเปล่งรังสี (?PE) จะทำการศึกษา 4 องศา ได้แก่ 0, 15, 30 และ 45 ตามลำดับ ผลการทดลองที่ได้จากการใช้ฝาครอบเตาแก๊สแบบ OPC จะนำไปเปรียบเทียบกับทั้งกรณีไม่ติดตั้งฝาครอบ (No-cover) ในเตาแก๊สแบบมาตรฐานช่องเจาะ ตามแนวรัศมีหรือเตาแก๊สหัวฟู่ และกรณีติดตั้งฝาครอบของกระทรวงพลังงานที่ใช้กันทั่วไปในท้องตลาด (CVC) จากผลการทดลองพบว่า เตาแก๊สที่ไม่มีฝาครอบ (No-cover) จะมีระดับ ?th ที่ต่ำกว่าเตาแก๊สที่มีฝาครอบทั้งสองรูปแบบ และค่า ?th ของฝาครอบแบบ OPC จะสูงกว่าฝาครอบแบบ CVC ที่สภาวะ ?PE = 30o HPA = 0.5 cm HPE = 2.0 cm PPI ของ PA = 10 และ PPI ของ PE = 30 ของโครงการวิจัยนี้ จะให้ค่า ?th สูงสุด เท่ากับ 68.3%