การศึกษาเชิงทดลองของพฤติกรรมการเผาไหม้เชื้อเพลิงแข็งในหัวพ่นไฟวัสดุพรุน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและสร้างหัวพ่นไฟวัสดุพรุนเชื้อเพลิงแข็ง(แกลบ) ชนิดตาข่ายสแตนเลส และเพื่อศึกษาอิทธิพลของการติดตั้งวัสดุพรุนชนิดตาข่ายสแตนเลสที่มีผลต่อพฤติกรรมการเผาไหม้ ได้แก่ โครงสร้างทางอุณหภูมิตลอดแนวความยาวของหัวพ่นไฟ (T) ปริมาณแก๊สไอเสีย (CO และ NOX) และประสิทธิภาพการเผาไหม้ (?C) โดยอุปกรณ์การทดลองจะแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนที่สำคัญ ประกอบไปด้วย ส่วนป้อนเชื้อเพลิง เป็นทรงกระบอกและลำเลียงเชื้อเพลิงไปยังส่วนที่สาม คือ ห้องเผาไหม้ ด้วยสกรูเกลียว ส่วนที่สองเป็นห้องพักอากาศทำหน้าที่กระจายอากาศที่เข้ามาสู่ระบบไม่ให้ปะทะกับเชื้อเพลิงก่อนจะเข้าสู่ห้องเผาไหม้หรือส่วนที่สาม ซึ่งส่วนที่สามนี้จะเป็นทรงกระบอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายนอก 150 mm หนา 5 mm แต่บริเวณที่ทำให้เกิดการเผาไหม้จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 100 mm เพราะพื้นที่ช่องว่างด้านล่างของห้องเผาไหม้จะติดตั้งตะแกรงรองเชื้อเพลิงและให้อากาศไหลเข้ามาผสมกับเชื้อเพลิงแข็งเกิดการเผาไหม้ สำหรับพื้นที่ช่องว่างด้านบนจะติดตั้งวัสดุพรุนตามแนวความโค้งของท่อ เป็นระยะทางครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวง ในการทดลองเชื้อเพลิงแข็งที่เลือกใช้ คือ แกลบที่มีความชื้นอยู่ในช่วง 12 – 14 % ตาข่ายสแตนเลสหรือวัสดุพรุนที่ทำการศึกษาจะมี 3 ขนาดของจำนวนช่องว่างต่อหนึ่งนิ้ว (PPI) คือ 8, 10 และ 12 ซึ่งแต่ละขนาด PPI จะเปลี่ยนแปลงความหนาของแผ่นวัสดุพรุน (Porous thickness, HPE) จำนวน 3 ความหนา คือ 1, 3 และ 6 แผ่น จากผลการทดลองพบว่าระดับ T มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตาม PPI และ HPE ส่งผลให้ CO มีแนวโน้มลดลง แต่ปริมาณ NOX มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากและมีค่าต่ำอยู่ในช่วงไม่เกิน 50 ppm ทำให้ค่า ?C มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามค่า PPI และ HPE ที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังศึกษาถึงอิทธิพลของอัตราการอัตราการจ่ายเชื้อเพลิง (QF) และอัตราการจ่ายอากาศ (QA) ซึ่งได้ผลว่า เมื่อ QF เพิ่มขึ้น ระดับค่า T และ ?C จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ มีค่า CO ที่ต่ำลง ตาม QF ที่สูงขึ้น แต่ระดับ T และ ?C จะมีค่าสูงสุด เมื่อ QA = 15 m3/hr แต่ทั้งสองค่าจะลดลงเมื่อ QA เพิ่มขึ้น (QA = 20 m3/hr) ค่า T สูงสุด มีค่าเท่ากับ 918 oC ที่สภาวะ PPI = 12, HPE= 6 แผ่น, QF = 0.116 kg/min และ QA = 15 m3/hr แต่ค่า ?C จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยแต่อยู่ในระดับที่สูงมาก คือ ในช่วง 95 – 99% ทุก ๆ สภาวะของการทดลองในโครงการวิจัยนี้