การเพิ่มประสิทธิภาพเชิงความร้อนของเตาแก๊สหุงต้มในครัวเรือนแบบ Vertical ports โดยวัสดุพรุนชนิดเซลลูลาร์เปิดและแบบลวดตาข่ายสแตนเลส
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเชิงความร้อนของหัวเตาแก๊สหุงต้มในครัวเรือนแบบ Vertical port ที่มีปริมาณการใช้แก๊สแอลพีจี (Liquefied Petroleum Gas, LPG) สูงสุดไม่เกิน 5.78 kW ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 2312-2549 โดยทำการศึกษาอิทธิพลของวัสดุพรุนที่ทำมาจากลวดตาข่ายสแตนเลสและวัสดุพรุนแบบเซลลูลาร์เปิดต่อประสิทธิภาพเชิงความร้อน โดยการทดสอบต้มน้ำตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 2312-2549 และทำการตรวจวัดมลพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ นอกจากนี้ยังศึกษาอิทธิพลของ Firing rate และขนาดของภาชนะอีกด้วย จากการทดสอบพบว่า 1) ประสิทธิภาพเชิงความร้อนจะมีค่าสูงสุด เมื่อใช้วัสดุพรุนขนาด 16 mpi จำนวน 4 ชั้น โดยประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงสุดมีค่าเท่ากับร้อยละ 61.69 2) เมื่อติดตั้งวัสดุพรุนชนิดเซลลูลาร์เปิด จะมีประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงสุดร้อยละ 54.00 3) ประสิทธิภาพเชิงความร้อนจะมีค่าเพิ่มขึ้น เมื่อ Firing rate ลดลง 4) ประสิทธิภาพเชิงความร้อนจะมีค่าเพิ่มขึ้น เมื่อภาชนะมีขนาดเพิ่มขึ้น 5) เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพเชิงความร้อนเปรียบเทียบกับเตาแก๊สแบบมาตรฐาน (Convention burner) พบว่าเปอร์เซ็นต์การประหยัดพลังงานมีค่าสูงถึงร้อยละ 14.47 และ 6) ปริมาณ CO สูงสุดไม่เกิน 699 ppm และปริมาณ NOx สูงสุดไม่เกิน 163 ppm สำหรับทุกการทดสอบที่ติดตั้งวัสดุพรุนขนาด 16 mpi จำนวน 4 ชั้น