กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบการใช้งานจริงของเตาประหยัดพลังงานที่มีการไหลแบบหมุนวน (Swirl energy-saving burner, SEB) ในห้องปฏิบัติการการประยุกต์ใช้ลำเจ็ทและการเผาไหม้ (CJARL) และเพื่อช่วยลดการใช้แก๊สแอลพีจีในภาคครัวเรือนในชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจากการใช้เตา SEB ดังกล่าว ในการดำเนินการจะทำการเก็บข้อมูลการใช้แก๊สแอลพีจีของร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัยทั้งหมด 40 ร้านค้า ก่อนและหลังจากการใช้เตา SEB นอกจากนี้ ยังทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพเชิงความร้อนและมลพิษของเตาแก๊สที่ร้านค้าใช้งานในปัจจุบัน (KB-5) กับเตา SEB โดยทดสอบด้วยหลักการต้มน้ำ (Boiling test) ภายใต้มาตรฐาน DIN EN 203-2 อีกด้วย จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ พบว่า เตา KB-5 มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนเฉลี่ยเท่ากับ 32.57% และ 35.78% เมื่อใช้หม้อขนาด 26 และ 45 cm ตามลำดับ มีปริมาณ CO และ NOx สูงสุดไม่เกิน 3624.53 ppm และ 90.30 ppm เมื่อใช้หม้อขนาด 26 cm และ 5218.26 ppm และ 126.73 ppm เมื่อใช้หม้อขนาด 45 cm และเตา SEB มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนเฉลี่ยเท่ากับ 40.90% และ 44.15% เมื่อใช้หม้อขนาด 26 และ 45 cm ตามลำดับ โดยมีปริมาณ CO และ NOx สูงสุดไม่เกิน 1529.13 ppm และ 115.91 ppm เมื่อใช้หม้อขนาด 26 cm และ 1391.28 ppm และ 158.52 ppm เมื่อใช้หม้อขนาด 45 cm ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นการประหยัด (%Energy saving) เฉลี่ยเท่ากับ 20.37% และ 18.96% เมื่อใช้หม้อขนาด 26 cm และ 45 cm ตามลำดับ และสามารถคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การประหยัดพลังงานเฉลี่ยเท่ากับ 19.67% จากการเก็บข้อมูลการใช้แก๊สของร้านค้าทั้งหมด 40 ร้าน พบว่า มีปริมาณการใช้แก๊สเฉลี่ยอยู่ที่ 1.21 kg/day และ 0.87 kg/day เมื่อใช้เตา KB-5 และใช้เตา SEB ตามลำดับ ซึ่งสามารถประหยัดแก๊สได้เฉลี่ย 0.34 kg/day หรือคิดเป็นการประหยัดแก๊ส 28.10% โดยมีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 1.59 ปี