ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของสมองด้านการรู้คิดและประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำคั่งในโพรงสมองหลังการผ่าตัดระบายน้ำในโพรงสมอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ความบกพร่องในการทำงานของสมองด้านการรู้คิดและประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวที่ลดลงมักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีภาวะภาวะน้ำคั่งในโพรงสมองโดยไม่ทราบสาเหตุ หากเกิดความเสียหายของการทำหน้าที่ในสมองด้านการรู้คิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพด้านการเคลื่อนไหวลดลงและส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น ความไม่ปลอดภัย การบาดเจ็บจากการสะดุดหกล้ม ระดับความสามารถในการทำกิจกรรมลดลง และคุณภาพชีวิตลดลง การจำกัดกิจกรรมเข้าร่วมทางสังคม เกิดความพิการ ตลอดจนอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาหาความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการทำหน้าที่ของสมองด้านการรู้คิดในองค์ประกอบย่อยและประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวในผู้ป่วยที่มีภาวะน้ำคั่งในโพรงสมองชนิดความดันปกติโดยไม่ทราบสาเหตุภายหลังได้รับการผ่าตัดระบายน้ำในโพรงสมองสมอง การวิจัยนี้เป็นการศึกษาพรรณนาแบบตัดขวาง อาสาสมัครที่เข้าร่วมงานวิจัยนี้คือผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะน้ำคั่งในโพรงสมองและได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดระบายน้ำในสมองโดยศัลยแพทย์ระบบประสาท อาสาสมัครจะได้รับการประเมินการทำงานของสมองด้านการรู้คิดและประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว โดยการทำงานของสมองด้านการรู้คิดโดยภาพรวม และด้านการทำหน้าที่ของสมองระดับสูง ประเมินโดย Montreal Cognitive Assessment (MoCA) การประเมินความสามารถความเร็วในการประมวลผล ประเมินโดย Simple reaction time test และ การประเมินด้านความจำ ประเมินโดย Thai word list learning test จากนั้น อาสาสมัครจะได้รับการประเมินประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวแบบ 2 มิติ (2D motion analysis) โดยการบันทึกการเคลื่อนไหวด้วยกล้องวีดีโอ และวิเคราะห์ผ่านโปรแกรม Kinovea โดยให้ทำการเคลื่อนไหวคล้ายการทดสอบ Timed up and go test (TUG) และวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อหาความสัมพันธ์ของตัวแปรโดยใช้ Spearman rank correlation ผลการวิจัยโดยอาสาสมัครจำนวน 45 คน พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติระหว่าง การทำงานของสมองด้านการรู้คิดโดยภาพรวม และ เวลาในการลุกยืน (r = -0.454, p = 0.002) การเดิน (r = -0.333, p = 0.025) การหมุนตัว (r = -0.319, p = 0.033) เวลาที่ใช้สำหรับ TUG (r = -0.341, p = 0.022) ความเร็วที่ใช้ในการประมวลผล และ ทั้งเวลาในการลุกยืน (r = 0.444, p = 0.002) การเดิน (r = 0.514, p < 0.001) การหมุนตัว (r = 0.414, p = 0.005) เวลาที่ใช้สำหรับ TUG (r = 0.466, p = 0.001) นอกจากนี้ พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติระหว่าง การทำงานของสมองระดับสูง และ เวลาที่ใช้ในการลุกยืน (r = -0.344, p = 0.021) การเดิน (r = -0.297, p = 0.048) เวลาที่ใช้สำหรับ TUG (r = -0.308, p = 0.040) อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่าง ความจำ และ ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว การนำไปใช้ประโยชน์ของการศึกษาครั้งนี้ นักกายภาพบำบัดสามารถประยุกต์ความรู้ที่ได้ในการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูหลังจากการผ่าตัด โดยการฝึกสมองและ/หรือการฝึกเพื่อเพิ่มความสามารถด้านการเคลื่อนไหวได้อย่างเหมาะสม เช่น นำการฝึกร่วมกันระหว่างความเร็วในการประมวลผลและการเคลื่อนไหว เพื่อส่งเสริมความแข็งแรง ลดอาการบาดเจ็บ ป้องกันการหกล้ม และ ทำให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น คำสำคัญ : ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง / ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว / การทำงานของสมองด้านการรู้คิด