กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาวนวัฒนวิทยาและการจัดการพื้นที่ปลูกสัก ภายใต้โครงการรวมใจภักดิ์ ปลูกมเหสักข์ - สัก สยามินทร์ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุ 84 พรรษา ได้ดําเนินการ ศึกษาในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก นครราชสีมา ระนอง ยโสธร สิงห์บุรี สระแก้ว และชลบุรี ทําการสุ่มวางแปลงสํารวจขนาด 40x40 เมตร พื้นที่ละ 3 แปลง เก็บข้อมูลต่างๆ ดังนี้ 1) ลักษณะทั่วไปของ พื้นที่ 2) วัดการเติบโตทั้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก (DBH) และความสูง 3) เก็บตัวอย่างดิน 4) สัมภาษณ์ เกษตรกรเจ้าของแปลงถึงการจัดการแปลงปลูกไม้สัก ผลการศึกษาพบว่า ไม้สักในแปลงศึกษาทุกพื้นที่มีอัตรา การรอดตายมากกว่าร้อยละ 70 พื้นที่ จังหวัดสระแก้วมีคุณภาพพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกไม้สักอยู่ในระดับดี เพียงพื้นที่เดียว ในขณะที่พื้นที่ จังหวัดอุตรดิตถ์และพิษณุโลกอยู่ในชั้นคุณภาพพื้นที่ระดับปานกลาง สําหรับ พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และระนองจัดอยู่ในชั้นคุณภาพพื้นที่ระดับพอใช้ ซึ่งชั้นคุณภาพระดับปานกลางและ ระดับพอใช้ เป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกไม้สักได้หากมีการจัดการพื้นที่ การบํารุงรักษาต้นไม้ รวมถึงการปรับปรุง บํารุงดินให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ส่วนชั้นคุณภาพพื้นที่ระดับเลว ได้แก่ พื้นที่จังหวัดยโสธร สิงห์บุรี และชลบุรี เป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกไม้สัก หากปลูกในพื้นที่นี้ไม้สักจะมีการเติบโตไม่ดีนัก แม้ว่าจะมีการจัดการ พื้นที่หรือปรับปรุงบํารุงดิน ก็จะให้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ไม้สักส่วนใหญ่มีลําต้น คดงอเป็นคลื่น มาก และแตกง่ามที่กลางต้น มีการพบเจอโรคและแมลง โดยทั่วไป เนื้อดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย มี ความเป็นกรดจนถึงด่างอ่อน ปริมาณอินทรียวัตถุและสารอาหารอยู่ในระดับต่ําถึงปานกลาง เมื่อวิเคราะห์การ เติบโตทั้งด้าน DBH และความสูง ไม่แสดงความสัมพันธ์กับปัจจัยแวดล้อมใด อย่างไรก็ตามการจัดการทาง วนวัฒน์เป็นอีกปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลผลิตของไม้สักโดยแปลงที่มีการจัดการอย่างประณีตสักจะมีการเติบโตที่ดี