รูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยในประเทศอินเดีย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเชิงคุณภาพเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อศึกษารูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยในประเทศอินเดีย 2.เพื่อศึกษาบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ของพระธรรมทูตไทยในประเทศอินเดีย 3.เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่การเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตไทยในประเทศอินเดีย โดยได้เลือกพระธรรมทูต จำนวน 14 รูป เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบการเดินทางเข้าพื้นที่ แบบสำรวจสภาพพื้นที่เบื้องต้น แบบสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคล แบบสนทนากลุ่ม แบบสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม แบบบันทึก แบบศึกษาประวัติชีวิต และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น กล่องถ่ายรูป เป็นต้น แล้วตรวจความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า พระธรรมทูต เป็นผู้ที่สามารถนำหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาให้เข้าถึงใจคน ฝึกตนได้ ฝึกคนอื่นได้ พูดให้เขาเชื่อ ทำให้เขาชอบ เป็นผู้นำจิตวิญญาณ เป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตที่ดีงาม เป็นผู้สามารถชี้ทางออก บอกทางบุญ หนุนทางธรรมได้ สิ่งสำคัญต้องมีใจรักและศรัทธาบริสุทธิ์ที่รักการเผยแผ่ เป็นผู้ที่มีจิตอาสาเสียสละเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่มุ่งหวังว่าจะได้อะไรจากพระศาสนาทั้งยศ ตำแหน่งหรือสมณศักดิ์ แต่สิ่งที่ควรมุ่งหวังคือองค์ความรู้ความเสียสละที่ได้จากการทำงานให้กับพระศาสนา นอกจากนี้ จะต้องมีภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน ภูมิใจ เป็นที่ตั้ง ผลการวิจัย พบว่า บทบาทของพระธรรมทูตทั้ง ๔ ด้าน มีดังนี้ ด้านการเผยแผ่ สำคัญคือการเข้าใจ เข้าถึงประชาชนทุกระดับ นำหลักคำสอนไปแสดงแนะนำให้กับประชาชนให้ได้ โดยอาศัยเครื่องมือที่สำคัญคือภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร มีการบรรพชาสามเณร มีการสวดมนต์เย็นทุกวันศุกร์ ให้ศีลให้พรแก่ชาวบ้านที่ไปเข้าร่วมกิจกรรมงานทำบุญ งานแต่งงาน แจกสิ่งของแก่เยาวชนอินเดียให้เด็กที่เข้ามาสวดมนต์ ด้านการศึกษา ส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรมและแผนกสามัญ โดยสนับสนุนทุนการศึกษา จนจบระดับปริญญาเอก นอกจากนั้น ยังส่งเสริมให้แม่ชี ฆราวาสที่ทำงานอยู่ในวัดต้องเรียนธรรมศึกษาด้วย โดยมีการจัดสอบเป็นประจำทุกปี ซึ่งสนามสอบกลางรวมกันที่วัดไทยพุทธคยา วัดส่วนมากจะจัดให้มีโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนอินเดียเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ด้านสาธารณูปการ มีการก่อสร้าง อาคารปฏิบัติธรรม สำหรับผู้แสวงบุญ ได้เข้าพักอาศัย เพื่ออำนวยความสะดวก ผู้มาแสวงบุญ ห้องสุขาที่สะอาดและทันสมัย การก่อสร้างสถานพยาบาล เพื่อตรวจสุขภาพและรักษาผู้ป่วย ด้านรักษา ประเพณี/พิธีกรรม มีความกลมกลืนกัน แต่ไม่ทิ้งหลักการของเถรวาทและวัฒนธรรมไทย เช่น การทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานพุทธมโสถ และสวดมนต์สาธยายพระไตรปิฎกระดับนานาชาติ ผลการวิจัย พบว่า ขาดการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ซึ่งแต่ละวัดนั้นต้องอาศัยความสามารถเฉพาะบุคคล จึงสามารถทำงานเผยแผ่ได้ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานได้ไม่เต็มที่ ขาดสวัสดิการ พระธรรมทูตไทยในประเทศอินเดียไม่มีสวัสดิการ เรื่องค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล ตลอดถึงบุพการีที่ต้องดูแลเนื่องจากอยู่ต่างในต่างแดน ขาดการประสานงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะไม่มีงบประมาณสนับสนุน จึงส่งผลให้การสนองงานของคณะสงฆ์ไม่เต็มที่เท่าที่ควร