กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ (๑) เพื่อศึกษากระบวนการการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาบนพื้นที่ราบสูง (๒) เพื่อศึกษากระบวนการการเผยแผ่คริสต์ศาสนาบนพื้นที่ราบสูง (๓) วิเคราะห์กระบวนการการเผยแผ่พระพุทธศาสนากับคริสต์ศาสนาบนพื้นที่ราบสูง ในจังหวัด เพชรบูรณ์ งานวิจัยฉบับนี้เป็นงานวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) และงานวิจัยเชิง คุณภาพ (Qualitative Research) ส ารวจเก็บข้อมูลแบบสัมภาษณ์เชิงลึก ( In-depth Interview ) และสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion ) ข้อมูลได้จากหนังสือวิชาการของศาสนาทั้งสอง เอกสารทางวิชาการ ตลอดถึงงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ด้วยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างแบบเจาะลึก การ วิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยกำหนดเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พระนักเผยแผ่และพระธรรมจาริก ๕ รูป องค์กรศาสนาคริสต์ ๕ คน รวม ๑๐ รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลสรุปประมวลเขียนเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า พระนักเผยแผ่ พระธรรมจาริกและองค์กรศาสนาคริสต์ มีประวัติการ เผยแผ่ศาสนามาเป็นเวลาอันยาวนาน จนมาถึงสมัยปัจจุบันนี้ ตลอดทั้งเป็นผู้มีความสำคัญอันดียิ่งต่อ การเผยแผ่ศาสนาทั้งสอง สามารถนำคำสอนไปเผยแผ่ในที่ต่างๆให้สังคมโลกทั่วไปได้รับรู้ กลวิธีในการ เผยแผ่คำสอนของศาสนาทั้งสอง สามารถสรุปได้เป็น ๖ ประการ คือ (๑) กระบวนการการเผยแผ่ ศาสนา (๒) แนวคิดการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและศาสนาคริสต์เชิงรุกเชิงรับ (๓ ) บทบาทหน้าที่และ กลวิธีเผยแผ่คำสอน (๔) แนวคิดการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย (๕) วิเคราะห์ความสำเร็จ ยุทธศาสตร์-กลยุทธ์ของพระนักเผยแผ่ พระธรรมจาริกและองค์กรศาสนาคริสต์ (๖) จุดเด่น จุดด้อย ของการเผยแผ่คำสอนของพระพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนา ปัญหาและอุปสรรคของการเผยแผ่คำสอนของศาสนาทั้งสอง สามารถสรุปได้เป็น ๘ ประการ คือ (๑) ปัญหาด้านงบประมาณ (๒) ปัญหาด้านการสื่อสารคำสอน (๓) ปัญหาด้านนักเผยแผ่ (๔) ปัญหาด้านขาดทักษะความรู้และประสบการณ์ในการทำงาน (๕) ปัญหาด้านการคมนาคม (๖) ปัญหาด้านการขาดความเชื่อถือและการยอมรับของสังคมชาวฟื้นที่สูง (๗) ปัญหาด้านขวัญกำลังใจใน การทำงาน (๘) ปัญหาด้านการกำหนดแผนและนโยบายแผนการปฏิบัติงานประจำปี ผลการวิจัยครั้งนี้ ทำให้ทราบว่า พระนักเผยแผ่ พระธรรมจาริกและองค์กรศาสนาคริสต์มี บทบาทต่อการเผยแผ่ศาสนา จนสามารถเป็นนักเผยแผ่ที่ดีได้ แต่การศึกษาในเชิงลึก พบว่า พระนัก เผยแผ่ศาสนาทั้งสองมีจำนวนน้อยมาก และมีจิตใจนักเสียสละน้อย ดังนั้น คณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรพัฒนาระบบการเผยแพร่ให้ทันสมัยกับความเจริญทางสังคม ทั้งนี้เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพสืบต่อไป