การพัฒนาเตาอบแห้งยางพาราด้วยวิธีการผสมผสานพลังงานความร้อน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในงานวิจัยนี้เป็นการศึกกระบวนการอบแห้งโดยใช้ลมร้อนร่วมกับคลื่นไมโครเวฟ โดยเตาอบที่ใช้ในการทดลองประกอบด้วยระบบกำเนิดคลื่นไมโครเวฟและระบบกำเนิดลมร้อน ระบบกำเนิดคลื่นไมโครเวฟ ประกอบด้วยชุดกำเนิดคลื่นไมโครเวฟจำนวน 8 ชุด โดยแต่ละชุดประกอบด้วย แมกนีตรอนกำลัง 1200 วัตต์ 1 หัว หม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง 1 ลูกและอุปกรณ์สำหรับเพิ่มแรงดัน ส่วนชุดกำเนิดลมร้อนประกอบด้วยลวดความร้อน 2 ชุด ชุดละ 5000 วัตต์ โดยเป้าประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการทำงานร่วมกันของพลังงานทั้งสองจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นอย่างสม่ำเสมอกับแผ่นยาง เครพทำให้ยางเครพที่ได้เป็นแผ่นยางเครพคุณภาพดี การศึกษาพฤติกรรมในการอบแห้งยางด้วยคลื่นไมโครเวฟร่วมกับลมร้อนในงานวิจัยนี้ได้แบ่งการทดลองออกเป็น 2 รูปแบบ โดยให้ไมโครเวฟ และฮีตเตอร์ทำงานสลับดังนี้ รูปแบบที่ 1 คือ อบแห้งด้วย คลื่นไมโครเวฟ 5 นาที ลมร้อน 25 นาที รูปแบบที่ 2 คือ อบแห้งด้วย คลื่นไมโครเวฟ 10 นาที ลมร้อน 20 นาที จากการทดลองศึกษาพฤติกรรมในการอบแห้งแผ่นยางด้วยคลื่นไมโครเวฟร่วมกับลมร้อน พบว่า ถ้าพิจารณาจากประสิทธิภาพในการอบแห้งอย่างเดียวพบว่าการอบแห้งรูปแบบที่ 2 มีประสิทธิภาพการอบที่ดีกว่า แต่เมื่อพิจารณาอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานต่อน้ำหนักพบว่า การอบแห้งรูปแบบที่ 2 จะมีประสิทธิภาพดีกว่าเฉพาะชั่วโมงแรกเท่านั้นแต่ ชั่วโมงที่ 2 – 4 การอบแห้งในรูปแบบที่ 1 มีประสิทธิภาพเชิงพลังงานที่ดีกว่า เมื่อคิดความคุ้มค่าทางด้านเศรษศาสตร์พบว่า รูปแบบที่ 1 มีค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการอบแห้งยางเครพจำนวน 10 แผ่น จากความชื้นเฉลี่ย 41.73 เปอร์เซ็นต์ มาเป็น 5.87 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 18.32 บาท รูปแบบที่ 2 มีค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการอบแห้งยางเครพ จำนวน 10 แผ่น จากความชื้นเฉลี่ย 40.60 เปอร์เซ็นต์ มาเป็น 3.37 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 1.13 บาท