กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
เป้าประสงค์การนวดยางในงานวิจัยนี้ คือการลดขนาดของยางพาราก่อนเข้าเครื่องรีดเครพเพื่อช่วยให้เครื่องรีดเครพสามารถรีดยางได้ตามมาตรฐานยางเครพที่ตั้งไว้ งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความเร็วรอบของมอเตอร์ที่มีผลต่อประสิทธิภาพเชิงพลังงานและประสิทธิภาพในการนวดแผ่นยางของเครื่องนวดยางเครพ โดยผู้วิจัยใช้อัตราการลดลงของน้ำหนักและความหนาของแผ่นยางเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพในการนวดยางเครพ ดังนั้น พารามิเตอร์ที่ใช้ในการศึกษาจะแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 การศึกษาประสิทธิภาพในการนวดยาง ตัวแปรต้น คือ ความเร็วรอบของมอเตอร์ ตัวแปรตาม คือ อัตราการลดลงของน้ำหนักและความหนาของแผ่นยางที่นำมาทดลอง กรณีที่ 2 การศึกษาประสิทธิภาพเชิงพลังงาน ตัวแปรต้น คือ ความเร็วรอบของมอเตอร์ ตัวแปรตาม คือ กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้า ขั้นตอนการทดลองได้แบ่งการทดลองออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ใช้อินเวอร์เตอร์ในการปรับความเร็วรอบมอเตอร์ และกรณีที่ไม่ใช้อินเวอร์เตอร์ เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพเชิงพลังงาน และใช้วิเคราะห์ความคุ้มทุน ในการทดลองครั้งนี้ได้ตั้งระยะห่างระหว่างลูกกลิ้งของเครื่องนวดยางเครพคงที่ 1 เซ็นติเมตร กรณีที่ไม่มีการใช้อินเวอร์เตอร์ มอเตอร์หมุนด้วยความเร็วรอบ 1500 รอบต่อนาที (ความถี่ 50 Hz) และความเร็วรอบของลูกกลิ้งเป็น 40 รอบต่อนาที ส่วนกรณีที่ใช้อินเวอร์เตอร์จะปรับความเร็วรอบของมอเตอร์เป็น 2 ระดับคือ 1200 รอบต่อนาที (ความถี่ 40 Hz) และ 1950 รอบต่อนาที (ความถี่ 65 Hz) ความเร็วของลูกกลิ้งเป็น 32 รอบต่อนาที และ 52 รอบต่อนาที ตามลำดับ ผลการศึกษาพบว่าเครื่องนวดยางเครพที่ใช้อินเวอร์เตอร์ควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์จะมีประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องนวดยางเครพที่ไม่ใส่อินเวอร์เตอร์ โดยมีอัตราสิ้นเปลืองพลังงานอยู่ที่ 256.54 Wh กับ 341.14 Wh ที่ความเร็วของลูกกลิ้ง 32 rpm และ 52 rpm ตามลำดับ ส่วนประสิทธิภาพในการนวด ยางเครพจะแปรผกผันกับความเร็วที่ใช้นวด เนื่องจากยิ่งใช้เวลาในการรีดนานยิ่งเกิดการกดทับแผ่นยางนานแผ่นยางก็ยิ่งมีอัตราการลดลงของน้ำหนักและความหนามากขึ้น