Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

กระบวนการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ครูบา ในจังหวัดลำพูน

พระนฤพันธ์ สมเจริญ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยเรื่อง กระบวนการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ครูบาในจังหวัดลำพูน มีวัตถุประสงค์การวิจัยคือ ๑) เพื่อศึกษานโยบายและกลไกการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ครูบา ในจังหวัดลำพูน ๒) เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ ครูบา ในจังหวัดลำพูน และ ๓) เพื่อวิเคราะห์กระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ครูบา ในจังหวัดลำพูน การศึกษาวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อแสดงให้เห็นถึงปรากฏการณ์เชิงพื้นที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดาเนินการพัฒนาสังคมผ่านกลไกต่างๆ โดยอาศัยหลักอารยธรรมวิถีของสี่ ครูบาเป็นเครื่องมือ ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้จากภาพรวมได้หลากหลายมิติ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง (Non -Structured interview) และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อทาให้ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยแม่นยำมากขึ้น จากนั้นจึงทาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มมาจัดกลุ่มข้อมูล (Data Grouping) ตามสาระสำคัญของประเด็นการสัมภาษณ์และการสนทนา จากนั้นทาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis Technique) พร้อมทั้งนาเสนอโดยวิธีการพรรณนาอ้างอิงคำพูดบุคคล ผลการวิจัยพบว่า 1) นโยบายและกลไกการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ครูบา ในจังหวัดลำพูน พบว่า แนววิถีครูบาของสี่ครูบาปรากฏเป็นความศรัทธาและความสามัคคี อันนามาสู่กระบวนการในการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยไม่มีผู้ใดที่รับเป็นเจ้าของงานนั้นแต่เพียงผู้เดียว แต่ทุกคนถือได้ว่าเป็นเจ้าของร่วมกัน และเมื่อกิจการงานต่างๆ สำเร็จเสร็จสิ้น ทุกคนก็คือเจ้าของร่วมกันทั้งหมด ซึ่งในภายหลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นามาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดนโยบายและกลไกการพัฒนาสังคมตามแบบอย่างของสี่ครูบา การกำหนดนโยบายการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ ครูบา มีจุดเริ่มต้นมาจาก Policy Makers (ผู้บริหารของ อบจ.) ที่ได้เริ่มนาเอานโยบายทุนทางวัฒนธรรมชุมชนเพื่อค้นหาแหล่งวัฒนธรรม ของดีของชุมชน เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา สืบสาน ต่อยอดโดย “ทุน” ซึ่งทุนวัฒนธรรมดังกล่าวมีหลายรูปแบบ เช่น วัฒนธรรมประเพณี หัตถกรรม เกษตรกรรม ความเชื่อความศรัทธาที่สืบๆ กันมา และทาง อบจ.ลำพูน ได้นาเอาความเชื่อความศรัทธาของคนลำพูนมาเป็นฐานและนำความต้องการของประชาชนชาวลำพูน เพื่อเสนอรูปแบบของวิธีร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมแรง ร่วมทุน ฯ ตามวิถีของครูบา 2) กระบวนการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ครูบาในจังหวัดลำพูน พบว่า กระบวนการพัฒนาสังคมมีจุดเริ่มต้นจากกระบวนการสร้างการเรียนรู้อารยธรรมวิถีของสี่ครูบา เป็นการสร้างการเรียนรู้ในวิถีปฏิบัติของครูบาและปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครูบา ซึ่งกระบวนการสร้างการเรียนรู้นั้นมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ การสร้างการเรียนรู้ด้วยหลักธรรมทางพุทธศาสนา การสร้างการเรียนรู้ด้วยหลักภูมิปัญญา และภูมิธรรม ภูมิปัญญา สู่วิถีปฏิบัติ ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ นี้นำไปสู่กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้น จากการวิจัยพบว่า กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมมี 4 อย่าง คือ การมีส่วนร่วมในการวางแผน การมีส่วนร่วมในการดำเนินการ การมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล และการมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์หรือรับผลประโยชน์ 3) วิเคราะห์กระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมตามหลักอารยธรรมวิถีของสี่ครูบา ในจังหวัดลำพูน พบว่า การพัฒนาสังคมตามแนวคิดของสี่ครูบามุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทางด้านจิตใจ มีการประยุกต์ใช้แนวคิดของครูบาศรีวิชัยมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านโครงการ “วิถีครูบา งานหน้าหมู่” ซึ่งเป็นรูปแบบวิธีการเดียวกันกับแนวทางปฏิบัติของครูบาศรีวิชัยและครูบาขาวปี อันเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมของศรัทธาประชาชนกับพระสงฆ์ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคม ซึ่งวิธีปฏิบัติดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้นำมายึดถือปฏิบัติ โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ที่ได้ให้ความสาคัญกับโครงการดังกล่าวเป็นอย่างมาก และได้บรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาจังหวัดลำพูนด้วย จากการวิจัยได้พบว่ากระบวนการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมนั้นมีอยู่ 3 กระบวนการ คือ กระบวนการขับเคลื่อนโดยวิถีพุทธ กระบวนการขับเคลื่อนโดยหลักภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น และกระบวนการขับเคลื่อนผ่านโครงสร้างของท้องถิ่น

คำสำคัญ

กระบวนการพัฒนาสังคมอารยธรรมวิถีSocial Development ProcessครูบาCivilization Practice

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาแนวคิดและหลักปฏิบัติอารยธรรมวิถีของสี่ครูบาในจังหวัดลำพูน

ไพรินทร์ ณ วันนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

ศึกษาหลักธรรมในการสร้างสร้างความสันติสุขท่ามกลางพหุวัฒนธรรมในอีสานใต้.

อภิสิทธิ์ จอดนอก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

โครงการวิจัยกลไกทางวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับการขับเคลื่อนวิถีชีวิตชุมชนไทลื้อบ้านป่าแขม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านมาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา

จารุณี แก้วประภา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2562

โครงการหลวงกับการพัฒนาสังคมและชุมชนเพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของชนเผ่าตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศึกษาพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จังหวัดเชียงใหม่

วสันต์ ปวนปันวงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พ.ศ. 2564

วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภาครัฐ เครือข่ายทางสังคม และองค์กรชุมชนกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่สี่แยกอินโดจีน

พระราชรัตนสุธี, ดร. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่

ไพรศิลป์ ปินทะนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2556

ศึกษาปัจจัยที่มีส่วนในสร้างสันติสุขชุมชนท่ามกลางพหุวัฒนธรรม ในอีสานใต้.

รุ่งสุริยา หอมวัน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

กระบวนการพัฒนาคนชายขอบ (คนหลืบ) ของเครือข่ายประชาสังคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

บุญรัตน์ ครุฑคง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนตามวิถีพุทธของสถาบันทางสังคมในจังหวัดนครปฐม

วิญญู กินะเสน มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2558

โครงการวิจัยรับใช้สังคมเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดลำปาง

สมเกียรติ สายธนู มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2560