วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภาครัฐ เครือข่ายทางสังคม และองค์กรชุมชนกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่สี่แยกอินโดจีน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัย เรื่อง “วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภาครัฐ เครือข่ายทางสังคม และองค์กรชุมชน กับการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่สี่แยกอินโดจีน” มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ ภาครัฐ เครือข่ายทางสังคม และองค์กรชุมชนกับการขับเคลื่อนพลวัตทางวัฒนธรรมของพื้นที่สี่แยกอินโดจีน และ ๒) เพื่อศึกษาทุนทางวัฒนธรรมและเพื่อสร้างการอยู่รวมกันของประชาชนในพื้นที่สี่แยกอินโดจีน เป็นการวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผู้วิจัยได้มุ่งเน้นศึกษาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของ ภาครัฐ เครือข่ายทางสังคม และองค์กรชุมชนกับ การขับเคลื่อนพลวัตทางวัฒนธรรมของพื้นที่สี่แยกอินโด จีน โดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) จานวน ๑๕ ท่าน และการสนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) กับผู้เกี่ยวข้องจานวน ๑๐ ท่าน ผลการวิจัยพบว่า ๑) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภาครัฐ เครือข่ายทางสังคม และองค์กรชุมชนกับการขับเคลื่อน พลวัตทางวัฒนธรรมของพื้นที่สี่แยกอินโดจีน พบว่า การทางานของเครือข่ายเป็นปัจจัยสาคัญที่ สนับสนุน และส่งเสริมให้ประชาชน มีพลังในการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์ อันเป็นเป้าหมาย หลักของการพัฒนาประเทศยุคใหม่ ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลก็คือเพื่อความประทับใจ ร่วมกัน ความความปรองดอง สมานฉัน เป็นมิตรกัน การใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นหนทางที่นาไปสู่มิตรภาพ ตลอดจนการทางานร่วมกัน ทั้งนี้ท้องถิ่นต้องสร้างระบบการดาเนินงานทางเครือข่ายทางสังคมร่วมกับ ภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเครือข่ายการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบร่วมกัน กระบวนการทางานที่เชื่อม ประสานจุดเล็กและขยายไปสู่หน่วยใหญ่ระดับชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของฝ่ายรัฐที่มีส่วน ส่งเสริมการประกอบธุรกิจของเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของชาติโดยรวม ๒) การศึกษาทุนทางวัฒนธรรมและเพื่อสร้างการอยู่รวมกันของประชาชนในพื้นที่สี่แยกอินโด จีน วัฒนธรรมในจังหวัดพิษณุโลกนับเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่มีมาช้านาน อีกทั้งประเพณีทั้งหลาย เหล่านั้นยังใช้เป็นกุศโลบายให้คนในชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข การสืบทอดวัฒนธรรม เป็น กระบวนการที่สาคัญยิ่ง ที่จะดารงไว้ซึ่งสิ่งที่ดีงามสืบไป การเรียนรู้และฝึกตนเองให้เห็นคุณค่าจึงเป็นวิธีการที่ดี และควรทาตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยการปลูกจิตสานึก ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะการอบรมสั่งสอน หรือการปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีก็ตาม โดยเริ่มจากชุมชน