การพัฒนาเครื่องปลูกพืชเอนกประสงค์สำหรับระบบการเกษตรแบบปลูกพืชร่วมกันหลายชนิด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ระบบการปลูกพืชหลาย ๆ ชนิดร่วมกันในพื้นที่ จะทำให้เพิ่มผลผลิต และรายได้ของเกษตรกร อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในเรื่องของการระบาดศัตรูพืช และความแปรปรวนของราคาผลิตผลด้วย แต่การปลูกพืชร่วมกันหลายชนิดพร้อมกันในเวลาเดียวกันนั้นต้องเสียค่าใช้จ่าย เวลาและแรงงานมาก ถ้าหากไม่ใช้เครื่องปลูกพืชช่วยปลูก ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการพัฒนาเครื่องปลูกอเนกประสงค์ที่สามารถปลูกพืชร่วมกันหลายๆชนิดพร้อมกัน ขึ้นใช้ในประเทศไทย ดังนั้นวัตถุประสงค์ของโครงงานนี้เพื่อพัฒนาเครื่องปลูกอเนกประสงค์ที่สามารถปลูกพืชหลายชนิดร่วมกันได้เช่น ข้าวโพด – เผือก- ผักกวางตุ้ง- ผักคะน้า-ผักชี - กระชาย หรือ ข้าวโพด – เผือก – ผักคะน้า-ผักชี– ขมิ้นชัน เป็นต้น เครื่องปลูกอเนกประสงค์ต้นแบบมีส่วนประกอบต่างๆ และหลักการทำงานดังนี้ โครงสร้างเครื่องปลูกมีจุดต่อติดกับรถแทรกเตอร์ชนิด จุดยึดแบบ 3 จุด ( Three point hitches) , กลไกการกำหนดจำนวนและการหยอดหัวกระชาย/ขมิ้นชัน/เผือก เป็นแบบช้อนตัก (Bucket type metering device ) ส่วนกลไกกำหนดจำนวนและการหยอดเมล็ดข้าวโพด /ผักกวางตุ้ง/ผักคะน้า เป็นแบบ สายพานจับเมล็ด ( Belt type metering device ) , ตัวเปิดร่องเป็นชนิดจานเปิดร่อง , กระบะใส่หัวกระชาย/ขมิ้นชัน/เผือกได้ครั้งละ 50 กิโลกรัม ถังบรรจุเมล็ดข้าวโพด / ผัก สามารถบรรจุได้ครั้งละ ครึ่งกิโลกรัม การป้อนหัว กระชาย/ขมิ้นชัน/เผือก จากกระบะลงสู่กลไกกำหนดจำนวนและการหยอดต้องใช้คนจำนวน 2 คน วิธีการปลูกโดยกำหนดให้เครื่องปลูกปลูก กระชาย/ขมิ้นชันเป็นพืชหลักสามารถปลูกได้ครั้งละ 13 แถว ส่วนพืชรองที่ปลูกร่วมด้วยคือ เผือก , ข้าวโพด , ผักกวางตุ้ง, ผักคะน้า,ผักชี โดยมีจำนวนแถวปลูก 2,2 ,2,2 ,3 ตามลำดับ เครื่องปลูกมีหน้ากว้างของการปลูก 210 ซม. การเตรียมพื้นที่ปลูกโดยจะยกร่องเป็นร่องๆแต่ละร่องกว้าง 2.60 เมตร สูง 40 ซม. เครื่องปลูกจะปลูกบนร่องที่เตรียมไว้ รถแทรกเตอร์ที่ใช้ลากเครื่องปลูกใช้ขนาด 50 - 80 แรงม้า กลไกการกำหนดจำนวนและการหยอด ( Metering devices)จะถูกขับโดย PTO ของรถแทรกเตอร์ ผลการทดสอบปรากฏว่าเครื่องปลูกอเนกประสงค์มีความสามารถในการทำงานปลูกได้ 1 ไร่ / ชม. ปลูกได้จำนวนต้นกระชาย และขมิ้นชันต่อตารางเมตรเฉลี่ย 63.13 และ 39.62 ต้น ต่อตารางเมตร ตามลำดับ ปลูกได้จำนวนต้นเผือก,ข้าวโพด ,ผักกวางตุ้ง, ผักคะน้าและผักชี ต่อตารางเมตรเฉลี่ย 1.27,2.43 ,5.19,2.38 และ 0.74 ต้นต่อตารางเมตร ตามลำดับ มีอัตราการใช้จำนวนพันธุ์กระชาย,ขมิ้นชัน,เผือก,ข้าวโพด,ผักกวางตุ้ง,ผักคะน้า,และผักชีคิดเป็นกิโลกรัมต่อไร่เท่ากับ 498.33 249.15,52.37,0.70,0.22,0.18,และ0.18 กก./ไร่ ตามลำดับ ผลการประเมินรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตปรากกว่า รายได้ของผลผลิตจากการปลูกพืชร่วมกันของ ข้าวโพด – เผือก- ผักกวางตุ้ง- ผักคะน้า-ผักชี ร่วมกับ กระชายและขมิ้นชัน มีกำไรมากกว่าการปลูกแต่เฉพาะกระชาย และขมิ้นชัน เท่ากับ 5549.73 บาท / ไร่ เครื่องปลูกอเนกประสงค์ต้นแบบ มีราคาประมาณ 45000 บาท มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด เท่ากับ 247.23 บาท/ไร่ ถ้าหากนำไปรับจ้างปลูกในราคา 700 บาท / ไร่ จะมีจุดคุ้มทุน 9.74 ไร่/ปี และระยะเวลาคืนทุน 0.67 เดือน ระบบการปลูกพืชหลาย ๆ ชนิดร่วมกันในพื้นที่ จะทำให้เพิ่มผลผลิต และรายได้ของเกษตรกร อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในเรื่องของการระบาดศัตรูพืช และความแปรปรวนของราคาผลิตผลด้วย แต่การปลูกพืชร่วมกันหลายชนิดพร้อมกันในเวลาเดียวกันนั้นต้องเสียค่าใช้จ่าย เวลาและแรงงานมาก ถ้าหากไม่ใช้เครื่องปลูกพืชช่วยปลูก ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีการพัฒนาเครื่องปลูกอเนกประสงค์ที่สามารถปลูกพืชร่วมกันหลายๆชนิดพร้อมกัน ขึ้นใช้ในประเทศไทย ดังนั้นวัตถุประสงค์ของโครงงานนี้เพื่อพัฒนาเครื่องปลูกอเนกประสงค์ที่สามารถปลูกพืชหลายชนิดร่วมกันได้เช่น ข้าวโพด – เผือก- ผักกวางตุ้ง- ผักคะน้า-ผักชี - กระชาย หรือ ข้าวโพด – เผือก – ผักคะน้า-ผักชี– ขมิ้นชัน เป็นต้น เครื่องปลูกอเนกประสงค์ต้นแบบมีส่วนประกอบต่างๆ และหลักการทำงานดังนี้ โครงสร้างเครื่องปลูกมีจุดต่อติดกับรถแทรกเตอร์ชนิด จุดยึดแบบ 3 จุด ( Three point hitches) , กลไกการกำหนดจำนวนและการหยอดหัวกระชาย/ขมิ้นชัน/เผือก เป็นแบบช้อนตัก (Bucket type metering device ) ส่วนกลไกกำหนดจำนวนและการหยอดเมล็ดข้าวโพด /ผักกวางตุ้ง/ผักคะน้า เป็นแบบ สายพานจับเมล็ด ( Belt type metering device ) , ตัวเปิดร่องเป็นชนิดจานเปิดร่อง , กระบะใส่หัวกระชาย/ขมิ้นชัน/เผือกได้ครั้งละ 50 กิโลกรัม ถังบรรจุเมล็ดข้าวโพด / ผัก สามารถบรรจุได้ครั้งละ ครึ่งกิโลกรัม การป้อนหัว กระชาย/ขมิ้นชัน/เผือก จากกระบะลงสู่กลไกกำหนดจำนวนและการหยอดต้องใช้คนจำนวน 2 คน วิธีการปลูกโดยกำหนดให้เครื่องปลูกปลูก กระชาย/ขมิ้นชันเป็นพืชหลักสามารถปลูกได้ครั้งละ 13 แถว ส่วนพืชรองที่ปลูกร่วมด้วยคือ เผือก , ข้าวโพด , ผักกวางตุ้ง, ผักคะน้า,ผักชี โดยมีจำนวนแถวปลูก 2,2 ,2,2 ,3 ตามลำดับ เครื่องปลูกมีหน้ากว้างของการปลูก 210 ซม. การเตรียมพื้นที่ปลูกโดยจะยกร่องเป็นร่องๆแต่ละร่องกว้าง 2.60 เมตร สูง 40 ซม. เครื่องปลูกจะปลูกบนร่องที่เตรียมไว้ รถแทรกเตอร์ที่ใช้ลากเครื่องปลูกใช้ขนาด 50 - 80 แรงม้า กลไกการกำหนดจำนวนและการหยอด ( Metering devices)จะถูกขับโดย PTO ของรถแทรกเตอร์ ผลการทดสอบปรากฏว่าเครื่องปลูกอเนกประสงค์มีความสามารถในการทำงานปลูกได้ 1 ไร่ / ชม. ปลูกได้จำนวนต้นกระชาย และขมิ้นชันต่อตารางเมตรเฉลี่ย 63.13 และ 39.62 ต้น ต่อตารางเมตร ตามลำดับ ปลูกได้จำนวนต้นเผือก,ข้าวโพด ,ผักกวางตุ้ง, ผักคะน้าและผักชี ต่อตารางเมตรเฉลี่ย 1.27,2.43 ,5.19,2.38 และ 0.74 ต้นต่อตารางเมตร ตามลำดับ มีอัตราการใช้จำนวนพันธุ์กระชาย,ขมิ้นชัน,เผือก,ข้าวโพด,ผักกวางตุ้ง,ผักคะน้า,และผักชีคิดเป็นกิโลกรัมต่อไร่เท่ากับ 498.33 249.15,52.37,0.70,0.22,0.18,และ0.18 กก./ไร่ ตามลำดับ ผลการประเมินรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตปรากกว่า รายได้ของผลผลิตจากการปลูกพืชร่วมกันของ ข้าวโพด – เผือก- ผักกวางตุ้ง- ผักคะน้า-ผักชี ร่วมกับ กระชายและขมิ้นชัน มีกำไรมากกว่าการปลูกแต่เฉพาะกระชาย และขมิ้นชัน เท่ากับ 5549.73 บาท / ไร่ เครื่องปลูกอเนกประสงค์ต้นแบบ มีราคาประมาณ 45000 บาท มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด เท่ากับ 247.23 บาท/ไร่ ถ้าหากนำไปรับจ้างปลูกในราคา 700 บาท / ไร่ จะมีจุดคุ้มทุน 9.74 ไร่/ปี และระยะเวลาคืนทุน 0.67 เดือน