การประเมินพื้นที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากเกลือด้วยคุณสมบัติเชิงคลื่นและข้อมูลจากดาวเทียมแบบไฮเปอร์สเปคทรัล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การประเมินสมบัติดินบางประการด้วยสถิติเชิงพื้นที่ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพการนำไฟฟ้าและลักษณะเชิงคลื่นและดาวเทียมแบบไฮเปอร์สเปคทรัล ในบริเวณลุ่มน้ำลำพังชู ทำการศึกษาโดยเก็บตัวอย่างดินในจำนวน 75 บริเวณ เพื่อสร้างแบบจำลองที่สามารถใช้ในการอธิบายความผันแปรของสภาพการนำไฟฟ้าของดินและสมบัติอื่นบริเวณผิวดินจากค่าการสะท้อนแสงที่วัดได้จากเครื่องวัดค่าการสะท้อนแบบรายละเอียดช่วงคลื่นสูงและค่าการสะท้อนแสงที่สกัดได้จากภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงของดาวเทียม HJ-1A ผลการศึกษาพบว่า ทั้ง 75 บริเวณมีสภาพการนำไฟฟ้ามีค่า 0.01 ถึง 180 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร ปริมาณอินทรียวัตถุในดินมีค่าต่ำมากถึงปานกลาง (0.30 ถึง 16.4 กรัมต่อกิโลกรัม) ปริมาณแคลเซียมที่สกัดได้มีค่าอยู่ในระดับต่ำมากถึงสูงมาก (0.21 ถึง 416 เซนติโมลต่อกิโลกรัม) ปริมาณแมกนีเซียมที่สกัดได้มีค่าอยู่ในระดับต่ำมากถึงสูงมาก (0.09 ถึง 39.17 เซนติโมลต่อกิโลกรัม) ปริมาณโซเดียมที่สกัดได้มีค่าอยู่ในระดับต่ำมากถึงสูงมาก (0.08 ถึง 934.13 เซนติโมลต่อกิโลกรัม) และมีอัตราส่วนการดูดซับโซเดียมมีอัตราส่วนการดูดซับโซเดียม 0.11 ถึง 147.57 รูปแบบสมการเซมิวาริโอแกรมที่เหมาะสมสำหรับการประเมินสมบัติดิน มีดังนี้ สมการ Spherical สำหรับสภาพการนำไฟฟ้าและปริมาณแมกนีเซียมที่สกัดได้ สมการ Gaussian สำหรับปริมาณอินทรียวัตถุในดิน สมการ Circular สำหรับปริมาณแมกนีเซียมสกัดได้ สำหรับปริมาณแคลเซียมที่สกัดได้สามารถใช้สมการ Gaussian และ Stable และสมการ Exponential สำหรับอัตราส่วนการดูดซับโซเดียม แผนที่การกระจายสมบัติดินแสดงสภาพการนำไฟฟ้า ปริมาณแคลเซียมที่สกัดได้ ปริมาณแมกนีเซียมที่สกัดได้ และปริมาณโซเดียมที่สกัดได้ มีค่าสูงบริเวณตอนใต้ของพื้นที่ ปริมาณอินทรียวัตถุในดินมีค่าสูงบริเวณตอนกลางของพื้นที่ ในขณะที่อัตราส่วนดูดซับโซเดียมมีค่าสูงบริเวณตอนกลางและตอนเหนือของพื้นที่ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างค่าการสะท้อนแสงกับสภาพการนำไฟฟ้าพบว่า มีความสัมพันธ์ในช่วงคลื่นสีแดงของช่วงคลื่นตามองเห็น และช่วงคลื่นอินฟราเรดใกล้ แบบจำลองที่สร้างขึ้นด้วยวิธีการ Stepwise Multiple Linear Regression ของค่าการสะท้อนแสงที่แปลงข้อมูลด้วยวิธีการ first derivative ความยาวคลื่น 579 792 และ 624 นาโนเมตร มีความถูกต้องมากที่สุด โดยมีค่า R2 เท่ากับ 0.77 และค่า RMSE เท่ากับ 8.60 ส่วนแบบจำลองของค่าการสะท้อนแสงที่สกัดได้จากภาพถ่ายดาวเทียม ความยาวคลื่น 870 นาโนเมตร มีความถูกต้องมากที่สุด โดยมีค่า R2 เท่ากับ 0.37 แผนที่ระดับความเค็มของดินในพื้นที่ศึกษาที่สร้างขึ้นจากแบบจำลองแสดงให้เห็นว่า ดินเค็มส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่บริเวณตอนล่างของพื้นที่ศึกษา และระดับความเค็มลดลงจากบริเวณตอนกลางจนถึงบริเวณตอนเหนือของพื้นที่ศึกษา สอดคล้องกับการศึกษาด้วยสถิติเชิงพื้นที่และค่าที่ได้จากพื้นที่จริง