การศึกษาความสามารถในการถ่ายละอองเกสรของพืชสกุลหงส์เหินบางชนิดในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
พืชสกุลหงส์เหิน (Globba) เป็นไม้ดอกประเภทหัว มีศูนย์กลางการกระจายพันธุ์ คือประเทศไทย นิยมใช้เป็นไม้ดอกประดับ มีใบประดับที่มีสีสันและช่อดอกสวยงาม แต่ในปัจจุบันพันธุ์ลูกผสมที่เกิดจากการผสมข้ามชนิดยังมีความหลากหลายไม่มากในเรื่องของรูปทรงช่อดอกและสีดอก งานวิจัยนี้ได้ศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาการเจริญเติบโตและวงจรชีวิตของหงส์เหิน จาก 2 หมวด 6 ชนิด จำนวนโครโมโซมของหงส์เหิน จาก 2 หมวด 9 ชนิด ความสามารถในการผสมตัวเองและผสมข้ามของหงส์เหิน จาก 2 หมวด 6 ชนิด เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการปรับปรุงพันธุ์ การศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาการเจริญเติบโตและวงจรชีวิต พบว่าในแต่ละชนิดมีลักษณะสัณฐานวิทยาของสีใบ เหง้า และรากสะสมอาหาร ที่คล้ายคลึงกัน แต่ลักษณะของใบ ช่อดอก ใบประดับหลัก ใบประดับย่อย ดอกย่อย แตกต่างกัน ส่วนวงจรชีวิตพบว่า มีช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้นและช่วงเจริญพันธุ์สลับกับช่วงพักตัว ซึ่งแต่ละชนิดมีระยะในแต่ละช่วงที่แตกต่างกันเล็กน้อย การศึกษาจำนวนโครโมโซม พบว่ามีจำนวนชุดโครโมโซมที่หลากหลาย และงานวิจัยนี้มี 5 ชนิด ที่รายงานจำนวนโครโมโซมเป็นครั้งแรกของโลก การศึกษาละอองเรณู พบว่า G. winitii และ G. williamsiana มีเปอร์เซ็นต์ความมีชีวิตของละอองเรณูในระดับสูงกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ และมีเปอร์เซ็นต์การงอกของละอองเรณูไปในทิศทางเดียวกัน มีเปอร์เซ็นต์การผสมติดทั้งการผสมตัวเองและผสมข้ามที่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยการผสมข้ามชนิดแบบสลับพ่อ-แม่ พบว่ามีเพียง 2 คู่ผสม ที่สามารถผสมติดและให้เมล็ดสมบูรณ์ และมี 1 คู่ผสม ที่สามารถผสมติดและให้เมล็ดสมบูรณ์ เมื่อใช้เป็นต้นพ่อหรือต้นแม่เท่านั้น