Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

กระบวนการหมักกรดโคจิกจากมันสำปะหลังด้วยเชื้อรา Aspergillus เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

ธนภูมิ มณีบุญ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตกรดโคจิกจากมันสำปะหลังโดยกระบวนการหมักแบบแห้งด้วยเชื้อรา Aspergillus เมื่อได้ทำการคัดเลือกเชื้อรา Aspergillus สายพันธุ์ที่สร้างกรดโคจิกจากเชื้อราจำนวนทั้งหมด 128 ไอโซเลท พบว่ามีเชื้อราสายพันธุ์ที่สร้างกรดโคจิกได้ดี และไม่สร้างสารพิษอะฟลาทอกซิน จำนวน 5 ไอโซเลท ได้แก่ AR134, AR173, AR177, AR183 และ AR205 โดยสามารถผลิตกรดโคจิกได้เท่ากับ 26.35, 18.37, 20.59, 31.42, 31.42 และ 32.02 กรัม/ลิตร ตามลำดับ เมื่อบ่มที่อุณหภูมิห้อง เป็นระยะเวลา 12 วัน และเมื่อทำการผลิตกรดโคจิกด้วยกระบวนการหมักแบบแห้งโดยใช้วัตถุดิบมันสำปะหลังชนิดต่าง ๆ ได้แก่ มันสำปะหลังดิบ มันเส้น และกากมันสำปะหลัง โดยใช้ระยะเวลาเพาะเลี้ยงเท่ากับ 14 วัน และบ่มที่อุณหภูมิห้อง พบว่าเชื้อราไอโซเลท AR183 สามารถผลิตกรดโคจิกจากวัตถุดิบมันสำปะหลังทั้งสามชนิดได้ดีที่สุด โดยสามารถผลิตกรดโคจิกได้มากที่สุดเท่ากับ 82.04 มิลลิกรัม / กรัมน้ำหนักแห้งของสับสเตรท เมื่อใช้มันเส้นที่ผ่านการเจลาติไนซ์เป็นสับสเตรท สำหรับการใช้มันสำปะหลังดิบพบว่าการไม่เจลาติไนซ์จะให้ปริมาณกรดโคจิกสูงที่สุด คือ 73.85 มิลลิกรัม / กรัมน้ำหนักแห้งของสับสเตรท ในขณะที่การใช้กากมันสำปะหลังพบว่ากระบวนการเจลาติไนซ์ไม่มีผลต่อการผลิตกรดโคจิก โดยให้ปริมาณกรดโคจิกไม่แตกต่างกัน คือ 31 มิลลิกรัม / กรัมน้ำหนักแห้งของสับสเตรท การศึกษาผลของการเติมแหล่งไนโตรเจนแสดงให้เห็นว่าการเติมแหล่งไนโตรเจนส่งผล ทำให้เชื้อราผลิตกรดโคจิกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตกรดโคจิกของเชื้อรา Aspergillus AR183 ได้แก่ ปริมาณกล้าเชื้อ อุณหภูมิของการเพาะเลี้ยง อัตราส่วนระหว่างสับสเตรทต่อน้ำ พีเอชเริ่มต้น และระยะเวลาของการเพาะเลี้ยง โดยอาศัยการออกแบบการทดลองด้วยวิธี Taguchi method พบว่า เชื้อราสามารถผลิตกรดโคจิกจากมันสำปะหลังดิบ มันเส้น และกากมันสำปะหลังได้สูงสุดเท่ากับ 97.64, 108.93 และ 101.35 มิลลิกรัม/กรัมสับสเตรท ตามลำดับ เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติของกรดโคจิกในสารสกัดหยาบเปรียบเทียบกับสารมาตรฐานกรดโคจิกด้วยวิธี HPLC, UV spectroscopy และการหาค่าจุดหลอมเหลว พบว่ามีค่า Retention time, UV spectrum และอุณหภูมิจุดหลอมเหลวที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้พบว่า สารสกัดหยาบกรดโคจิกมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระดีกว่าสารมาตรฐานกรดโคจิกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (IC50) DPPH, ABTS และ FRAP assay เท่ากับ 0.421?0.001 10 มิลลิกรัม / มิลลิลิตร, 0.149?0.002 มิลลิกรัม / มิลลิลิตร และ 521.712?15.620 ไมโครโมล / กรัม ตามลำดับในขณะที่มีค่าการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (IC50) เท่ากับ 0.211?0.004 มิลลิกรัม / มิลลิลิตร ซึ่งไม่แตกต่างจากมาตรฐานกรดโคจิก สำหรับผลการทดสอบการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของการเกิดโรคสิว หนอง พบว่ามีค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus epidermidis, S. aureus และ Propionibacterium acnes เท่ากับ 800, 1,600 และ 12,800 ไมโครกรัม / มิลลิลิตร ตามลำดับ และมีค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถทำลายเชื้อทดสอบ (MIC) ทั้ง 3 สายพันธุ์ > 51,200 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร เมื่อทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ของสารสกัดหยาบกรดโคจิกที่ระดับความเข้มข้น 100 ไมโครกรัม / มิลลิลิตร พบว่า ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังของคน เซลล์เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังของหนู และเซลล์มะเร็งผิวหนังของหนูเมื่อทดสอบการยอมรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางโลชั่นเพื่อผิวขาวที่มีส่วนผสมของสารสกัดหยาบของกรดโคจิกด้วยวิธี Home use test จำนวน 50 คน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่า ผู้บริโภคร้อยละ 86 ให้การยอมรับผลิตภัณฑ์

คำสำคัญ

CassavaมันสำปะหลังSolid state fermentationAspergillusกรดโคจิกcosmetic ingredientkojic acidกระบวนการหมักแบบแห้งส่วนผสมเครื่องสำอาง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การทำให้บริสุทธิ์บางส่วนของเอนไซม์เดกซ์แทรนเนสจากเชื้อรา Aspergillus sp.X26

นิภา มิลินทวิสมัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2552

การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตกรดอิทาโคนิคเพื่อการผลิตพลาสติกชีวภาพโดยเซลล์ตรึงของ Aspergillus terreus บนเส้นใยธรรมชาติในถังปฏิกรณ์ชีวภาพแบบเบดสถิต

ณัฏฐา ทองจุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2558

การผลิตเอนไซม์ฟอกสีเมลานินโดยเชื้อรา Aspergillus flavus MA4 โดยกระบวนการหมักแบบอาหารแข็ง

ชุติมา ทองอ้ม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2560

การปรับปรุงสายพันธุ์ Aspergillus sp. BR1 เพื่อผลิตกรดโคจิก

นวนพรรณ ณ ระนอง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2552

Biosynthesis ofAscorbic Acid by Aspergillus Flavusand Aspergillus Tamarii Immobilized in Afzelia AfricanaMatrix.

พ.ศ. 2561

Microbial Production of Ascorbic Acid from Brewery Spent Grain (BSG) by Aspergillus flavus and Aspergillus tamarii

พ.ศ. 2561

การสกัดแยกและทำให้บริสุทธิ์กรดเอลลาจิกจากเปลือกทับทิม

ดรุณี หงษ์วิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

การพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกานพลู เพื่อใช้ยับยั้งการเจริญและการสร้างสารอะฟลาทอกซินของเชื้อรา Aspergillus flavus

สุธัญญา พรหมสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2552

การผลิตเอทานอลด้วยกระบวนการทางเคมี จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในจังหวัดมหาสารคาม

ปนัดดา แทนสุโพธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2563

ผลของกรดแอสคอร์บิค ออกซิน และน้ำตาลต่อการชักนำโซมาติกเอ็มบริโอของปาล์มน้ำมันพันธุ์ทรัพย์ ม.อ.

สมปอง เตชะโต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2559