รูปแบบการพัฒนาอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืนตามแนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การริษัธนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบบกนฑ์อำนภยควบคุมโรคเข็มแข็งแบบยิ้ม ตามแนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ รูปแบบเป็นการวิจัยและพัฒนา(Research and Development)แบบผสม(Mixed Method) การวิจัยมี 2 ขั้นตอนคือขั้นที่(1)สร้างและตรวจสอบ รูปแบบเกณฑ์พัฒนาอำเภอควบคุมคุมโรคเข้มแข็งแบบยังยื่นตามแนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐ แนวใหม่ โดยศึกษาสภาพปัญหา แนวคิด ทฤษฎี องค์ประกอบ ความต้องการเกณฑ์รูปแบบเกณฑ์ จากเอกสาร ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน และผู้บริหารระดับอำเภอ 94 คน แล้วสร้างรูปแบบเกณฑ์ ด้วย การประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) และสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ(Connoisseurship) จากนั้นตรวจ สอบรูปแบบเกณฑ์กับข้อมูลเชิงประจักษ์โดยใช้แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรง (Validity) และความเชื่อมั่น(Reliabilty) สอบถามประชากรในพื้นที่ 202 ตัวอย่าง วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน(Confrmatory Factor Analysis) ขั้นที่(2) ปฏิบัติการใช้ และประเมินรูปแบบเกณฑ์พัฒนาอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืนตามแนวคิดการบริหาร จัดการภาครัฐแนวใหม่ โดยจัดทำคู่มือและโปรแกรมสำเร็จรูป NPM-DC สื่อสารถ่ายทอดแก่อำเภอ เป้าหมาย 5 แห่งแล้วนำไปปฏิบัติและประเมินตนเอง โดยมีคณะผู้วิจัยสนับสนุน ติดตาม ให้ คำปรึกษาในการประเมินตนเอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ในอำเภอเป้าหมายทั้ง 5 แห่ง จำนวน 21 คน นำเสนอผลการนำไปปฏิบัติและผลการประเมินตนเอง ผลวิจัยพบว่า[1]รูปแบบเกณฑ์อำเภอควบคุบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืนตามแนวคิดการบริหาร จัดการภาครัฐแนวใหม่ประกอบด้วย 8 หมวด ได้แก่หมวด(1)ผู้บริหารระดับสูงอำเภอ หมวด (2) การวางแผนเชิงกลยุทธ์ หมวด (3) การมุ่งเน้นประชาชนผู้รับบริการ หมวด (4)การวัด วิเคราะห์ ข้อมูล และสารสนเทศ หมวด (5)การจัดการความรู้และนวตกรรม หมวด (6)การพัฒนาบุคคลากร หมวด(7)การพัฒนากระบวนการปฏิบัติงาน และ หมวด(8) ผลลัพธ์การดำเนินงาน โดยมี องค์ประกอบย่อยรวม 44 ประการ ผลการตรวจสอบพบมีความตรงเชิงโครงสร้าง(Construct Validity)สอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลวิจัย พบว่า [2] ปฏิบัติการใช้ได้อย่างมีประสิทธิผลและรูปแบบเกณฑ์ ส่วนใหญ่มีความเป็นไปได้และมี ประโยชน์ในระดับมากถึงมากที่สุด