การศึกษาผลของสภาวะการบ่มต่อคุณสมบัติของจีโอโพลิเมอร์จากเถ้าลอยผสมน้ำยางแอมโมเนียสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผิวทางจีโอโพลิเมอร์คอนกรีตผสมน้ำยางพาราเป็นผิวทางที่ผลิตเพื่อทดแทนการใช้ผิวทางคอนกรีตที่ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ดแลนด์ซึ่งสิ้นเปลืองพลังงาน และส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ จนกลายเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขโดยใช้วัสดุทดแทนให้มากขึ้น เนื่องจากจีโอโพลิเมอร์คอนกรีตเป็นวัสดุที่ใช้อุณหภูมิบ่มสูงกว่าคอนกรีตปกติ และระยะเวลาในการบ่มที่เหมาะสมในการสังเคราะห์ให้มีสมบัติที่ดี นอกจากนี้ ความทนทานต่อการนำไปใช้งานเป็นคุณสมบัติสำคัญจำเป็นต้องศึกษาเพื่อนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยงานวิจัยนี้ผู้วิจัยได้นำน้ำยางพาราซึ่งมีคุณสมบัติด้านการยืดหยุ่นดี และมีความสามารถในการดูดซับพลังงานลดการกระแทกได้ดีมาผสมกับจีโอโพลิเมอร์คอนกรีตเพื่อพัฒนาคุณสมบัติบางประการของจีโอโพลิเมอร์คอนกรีต ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณสมบัติทางกล และการต้านทานต่อการขัดสีของจีโอโพลิเมอร์คอนกรีตผสมน้ำยางพารา จากผลการศึกษาพบว่าการผสมน้ำยางพาราเข้าไปในระบบของจีโอโพลิเมอร์คอนกรีตเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้แนวโน้มในการพัฒนาคุณสมบัติทางกลของจีโอโพลิเมอร์คอนกรีตลดลง แต่พบว่าการผสมน้ำยางพาราเข้าไปในระบบของจีโอโพลิเมอร์คอนกรีตร้อยละ 0.50 – 1.00 ส่งผลให้กำลังรับแรงอัดสูงสุดทุกช่วงอายุตัวอย่าง การใช้อุณหภูมิห้องในการบ่มส่งผลต่อการพัฒนากำลังที่ดีในทางกลับกันการบ่มด้วยอุณหภูมิที่สูงเป็นการเร่งกำลังรับแรงอัดในช่วงอายุต้นให้สูงขึ้น แต่ลดอัตราการพัฒนากำลังรับแรงอัด และยังพบว่าการใช้อุณหภูมิบ่ม 60 องศาเซลเซียส โดยเพิ่มระเวลาในการบ่มไม่เกิน 24 ชั่วโมงสามารถเร่งกำลังรับแรงอัดในช่วงอายุต้นให้สูงขึ้น และยังสามารถพัฒนากำลังต่อในช่วงอายุปลายได้สูงถึง 465 กก./ตร.ซม.