การตรวจสอบความเป็นไปได้ของการเกิดลูกผสมระหว่างพันธุ์เม่าพื้นเมืองที่เกิดจากการผสมพันธุ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เม่าหรือ มะเม่า (Antideama sp.) เป็นไม้ผลพื้นถิ่นของจังหวัดสกลนคร ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกเม่าและกลุ่มผู้แปรรูปผลิตภัณฑ์จากเม่า เนื่องจากผลผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ผลิต เม่าสายพันธุ์ดีจึงเป็นเป้าหมายที่จะใช้ปลูกในอนาคต และด้วยความหลากหลายของสายพันธุ์เม่าทำให้มีคุณสมบัติและองค์ประกอบภายในที่แตกต่างกันไป การวิจัยครั้งนี้จึงทำการศึกษาความเป็นไปได้ของการเกิดลูกผสมระหว่างสายพันธุ์หมากเม่า โดยระยะที่ 1 ทำการศึกษาการพัฒนาการของดอก และพฤติกรรมการผสมเกสร พบว่า สายพันธุ์เม่าที่ทำการศึกษาลักษณะทางการเกษตรของดอกเม่ามีค่าโดยเฉลี่ย คือ ความกว้างใบยาว 6.44 เซนติเมตร มีความยาวใบยาว 12.38 เซนติเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางช่อดอกยาว 9.60 เซนติเมตร มีความยาวของช่อดอก ความกว้างของช่อดอกยาว 11.37 และ 2.38 เซนติเมตร ตามลำดับ ส่วนลักษณะเส้นผ่านศูนย์กลางช่อดอก ความยาวดอกและความกว้างดอกยาว 9.60, 4.29 และ 1.88 มิลลิเมตรตามลำดับ และในส่วนของจำนวนดอกต่อช่อพบว่าโดยรวมแล้วหมากเม่ามีจำนวนดอกต่อช่ออยู่ที่ 118.73 ดอกต่อช่อ และแต่ละดอกมีน้ำหนักต่อดอกอยู่ที่ 0.0128 มิลลิกรัม และสามารถแบ่งระยะการพัฒนาของดอกเม่าตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนเป็นตาดอกไปจนถึงระยะหลังจากที่ดอกบานเต็มที่แล้ว ได้ทั้งหมด 7 ระยะโดยแต่ละระยะการพัฒนาของดอกนั้นจะมียาวของช่วงระยะห่างกันประมาณ 7-10 วัน และใช้เวลารวมทั้งหมดในการพัฒนาของช่อดอกตัวเมียทั้งหมดประมาณ 2 เดือน ซึ่งระยะที่มีความสำคัญได้แก่ ระยะที่ 2,6 และ 7 ซึ่งในระยะที่กล่าวมานี้เป็นระยะของดอกที่เปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนในส่วนของการเปลี่ยนตาใบไปเป็นตาดอก การเปลี่ยนจากดอกตูมไปเป็นดอกบานเต็มที่ และการเปลี่ยนจากดอกไปเป็นผลตามลำดับ จาการศึกษาการผสมพันธุ์ของหมากเม่า โดยทำการผสมหมากเม่าได้สองช่วงเวลาและใช้ต้นเม่าในการผสมทั้งหมด 6 ต้น พบว่า ในการผสมครั้งที่ 1 ได้ผลเม่าที่ได้รับการผสมทั้งหมด 386 ผล โดยการผสมติดต่อช่อดอกสูงสุดมีจำนวน 111 ผลต่อช่อ และต่ำสุดที่ 30 ผลต่อช่อ ซึ่งการผสมติดต่อช่อเฉลี่ยที่ 64.33 ผลต่อช่อ และมีอัตราการผสมติดเฉลี่ยร้อยละ 53.61 ส่วนการผสมช่วงที่ 2 ได้ผลเม่าที่ได้รับการผสมทั้งหมด 279 ผล ซึ่งการผสมติดต่อช่อดอกสูงสุดมีจำนวน 106 ผลต่อช่อ และต่ำสุดที่ 19 ผลต่อช่อ ซึ่งการผสมติดต่อช่อเฉลี่ยที่ 46.50 ผลต่อช่อและมีอัตราการผสมติดเฉลี่ยร้อยละ 38.75 ตามลำดับ จากข้อมูลที่ได้หากนำข้อมูลมาใช้รวมกับข้อมูลการผสมติดในเม่าแล้วอาจจะสามารถพัฒนาเป็นค่ากลางในการหาผลผลิตของเม่าได้ในอนาคต และข้อมูลที่ได้จากการแบ่งช่วงระยะของดอกเม่าหากเกษตรกรผู้ปลูกเม่าสามารถเข้าใจการเปลี่ยนแปลงลักษณะที่สำคัญของดอกเม่าได้นั้น จะเป็นตัวช่วยที่ดีในจัดการดูแลรักษาซึ่งจะส่งผลในการให้ผลผลิต ของเม่าได้อีกทางหนึ่ง