ผลกระทบภาวะผู้นำเชิงพลวัตรที่มีต่อ กลยุทธ์ทางการแข่งขัน กรณีศึกษา กลุ่มผู้นำวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดสกลนคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลกระทบการตระหนักรู้ ที่มีผลต่อกลยุทธ์การแข่งขัน เพื่อศึกษาผลกระทบการมีส่วนร่วมต่อการกำหนดเป้าหมายในกระบวนการวางแผน ที่มีผลต่อกลยุทธ์ทางการแข่งขันของวิสาหกิจชุมชน เพื่อศึกษาผลกระทบการมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ ที่มีผลต่อกลยุทธ์ทางการแข่งขัน และเพื่อศึกษาผลกระทบการปรับปรุงความสัมพันธ์ ที่มีผลต่อกลยุทธ์ทางการแข่งขัน ประชากรที่ศึกษา ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดสกลนคร กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามวิธีเปิดตารางสำเร็จรูป กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง 352 คน เครื่องมือวิจัย เป็นแบบสอบถาม (Questionnaires) ซึ่งสร้างตามวัตถุประสงค์และ กรอบแนวคิดที่กำหนดขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มวิสาหกิจ ตอนที่ 2 ความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้นำเชิงพลวัตตอนที่ 3 ความคิดเห็นเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการแข่งขัน ตอนที่ 4 ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน สถิติที่ใช้ในการวิจัยสถิติพื้นฐาน และ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (Correlation Analysis)การวิเคราะห์ความถดถอย (Regression Analysis) ผลการศึกษาพบว่าจากการศึกษา ข้อมูลทั่วไปทั้งส่วนของผู้ตอบแบบสอบถาม และข้อมูลทั่วไปของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน พบว่าข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ยมากกว่า 50 ปี สถานภาพส่วนใหญ่สมรส ระดับการศึกษาส่วนใหญ่อยู่ในระดับมัธยมศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ต่ำกว่า 5 ปี ตำแหน่งส่วนใหญ่เป็นประธานกลุ่ม รายได้กลุ่มส่วนใหญ่น้อยกว่า 10,000 บาท ระยะเวลาในการดำเนินงานน้อยกว่า 5 ปี ลักษณะของกิจกรรมกลุ่มผลิตและจำหน่าย สถานที่ตั้งส่วนใหญ่อื่นๆ ขนาดของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขนาดใหญ่ (จำนวนสมาชิกมากกว่า 21 คน ) ประเภทของวิสาหกิจส่วนใหญ่เลี้ยงสัตว์ ทุนจดทะเบียนส่วนใหญ่อยู่ที่ต่ำกว่า 50,000 บาท และผลการวิเคราะห์ภาวะผู้นำเชิงพลวัตรที่ส่งผลต่อกลยุทธ์การแข่งขัน จากผลการวิจัยจะเห็นได้ว่า ภาวะผู้นำเชิงพลวัตร (Dynamic Leadership ) ทั้ง 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การตระหนักรู้ การมีส่วนร่วมต่อการกำหนดเป้าหมายในกระบวนการการวางแผน การมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ และการปรับปรุงความสัมพันธ์ มีความสัมพันธ์เชิงบวกหรือแปรผันตรงกับทั้งกลยุทธ์ทางการแข่งขันในระดับปานกลาง การวิเคราะห์การถดถอยเพื่อการพยากรณ์ พบว่ามีปัจจัยด้านการตระหนักรู้ กับ การมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในกระบวนการวางแผน ที่ไม่สามารถพยากรณ์ ภาวะผู้นำเชิงพลวัตรที่มีต่อกลยุทธ์ทางการแข่งขันได้ (p-value .873 และ p-value .149) ส่วนปัจจัยด้าน การมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ การปรับปรุงความสัมพันธ์สามารถพยากรณ์ภาวะผู้นำเชิงพลวัตรที่มีต่อกลยุทธ์ทางการแข่งขันได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .005 ส่วนผลการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการแข่งขัน ซึ่งประกอบด้วย กลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านต้นทุน และกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง ที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน ผลวิจัยพบว่า ปัจจัยทั้ง 2 ด้าน มีความสัมพันธ์กับกลยุทธ์ทางการแข่งขันในระดับปานกลาง โดยมีค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณเป็น .448 สะท้อนให้เห็นว่า กลยุทธ์ทางการแข่งขันเป็นปัจจัยที่สำคัญให้เกิดผลการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น