การสร้างระบบบริหารจัดการสินค้าคงคลังแบบอัตโนมัติ (AMI) สำหรับศูนย์กระจายสินค้าเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในงานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างระบบพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบของ Automation Managed Inventory System (AMI) โดยมีพื้นฐานของแนวคิดจากระบบ Vendor-managed inventory (VMI) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในภาคอุตสาหกรรมว่าสามารถลดต้นทุนในการบริหารคลังสินค้า แต่ยังมีจุดอ่อนในเรื่องการผูกขาดสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่การใช้ระบบ VMI จะมีผู้ขายสินค้าเพียงเจ้าเดียวเพื่อมาช่วยในการการบริหารจัดการสินค้าแต่ละชนิด ทำให้เสียโอกาสในการลดต้นทุนสินค้ามากขึ้นและยังทำให้ผู้ขายสินค้ารู้ความลับในเรื่องการหมุนเวียนของคลังสินค้า ทำให้อำนาจในการต่อรองของฝ่ายซื้อลดลง คณะผู้วิจัยจึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาระบบ AMI ขึ้นโดยนำจุดแข็งของระบบ VMI มาใช้ และมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยบริหารคลังสินค้า ไม่ว่าจะเป็นระบบ Barcode ที่ช่วยบอกการเคลื่อนไหวของสินค้า และระบบสั่งซื้ออัตโนมัติ จะมีการพัฒนาโปรแกรมระบบ AMI โดยแบ่งออกเป็น 9 โมดูลประกอบด้วย คือ ข้อมูลสินค้า สินค้ารับเข้า สินค้าออก ข้อมูลผู้ขาย ข้อมูลผู้ซื้อ ข้อมูลสินค้าค้างสต๊อก ระบบการสั่งซื้อที่ประหยัด ระบบการสั่งซื้ออัตโนมัติ และรายงานการใช้งานในระบบ โดยผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพระบบ AMI กับระบบ VMI พบว่าระบบ AMI สามารถใช้งานได้มีความเหมาะสมมากกว่าระบบ VMI ซึ่งไม่มีความสามารถในการรองรับภาษาไทย ที่สามารถใช้งานได้เฉพาะในภาษาอังกฤษและมีความซับซ้อนในการใช้ระบบ ทำให้ศูนย์กระจายสินค้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม่สามารถใช้งานได้ ในงานวิจิยนี้จึงประเมินประสิทธิภาพ และความพึงพอใจระหว่างกระบวนการบริหารศูนย์กระจายสินค้าแบบดั้งเดิม กับระบบ AMI ดังนี้ ค่าเฉลี่ยของต้นทุนสินค้าคงคลังก่อนการปรับปรุง คือ 108,090 บาท และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน คือ 10,479.4 บาท และจากการปรับปรุงโดยใช้ระบบ AMI พบว่ามีค่าเฉลี่ยของต้นทุนสินค้าคงคลัง คือ 62,618.67 บาท และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน คือ 5,493.135 บาท ซึ่งสามารถลดต้นทุนสินค้าคงคลังได้เฉลี่ย 45,471.33 บาทต่อเดือน หรือลดลงร้อยละ 42.07 และสามารถลดต้นทุนการสั่งซื้อลง 10,300 บาทต่อเดือน หรือลดลงร้อยละ 33.44โดยมีความพึงพอใจในระบบ AMI ระดับความพึงพอใจเฉลี่ย คือ 4.41 อยู่ในระดับ ดี และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คือ 0.09