กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยและพัฒนาบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นของระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย และศึกษาประเมินผลด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน สังคมและสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษา พบว่า อัตราการเกิดน้ำเสียในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประมาณ 760.37 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือเท่ากับ 23.46 ลิตรต่อต่อวัน ลักษณะสมบัติของน้ำเสีย มีค่า บีโอดี อยู่ในช่วง 8.33 – 498 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณน้ำเสียและความสกปรกในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า จะมีปริมาณน้ำเสียประมาณ 2,636.2678 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 0.0535 ลูกบาศก์เมตรต่อคนต่อวัน และมหาวิทยาลัยฯ จะต้องก่อสร้างระบบระบายน้ำเพิ่มเติมแบบระบบท่อระบายแยก (รับเฉพาะน้ำเสีย) ประกอบด้วย ท่อรวบรวมน้ำเสีย ? 0.40 เมตร ความยาวท่อรวมประมาณ 4,042.50 เมตร บ่อพักน้ำเสียจำนวน 278 บ่อ และบ่อดักน้ำเสีย จำนวน 23 บ่อ ราคาค่าก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 16.48 ล้านบาท ส่วนระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม คือ ระบบเกรอะ-กรองเติมอากาศ มีราคาค่าก่อสร้างทั้งหมด 17.24 ล้านบาท มีค่าดำเนินการและซ่อมบำรุงประมาณ 0.58 ล้านบาทต่อปี ก่อสร้างจำนวนทั้งสิ้น 4 แห่ง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นทั้งในระยะการก่อสร้างและระยะดำเนินการ พบว่า ในระยะก่อสร้าง จะมีผลกระทบทางด้าน สภาพภูมิประเทศ ฝุ่นละออง เสียง คุณภาพน้ำผิวดิน การระบายน้ำ การคมนาคม และการสาธารณสุข ส่วนระยะดำเนินการ จะมีผลกระทบเฉพาะด้าน กลิ่นและเสียง ความคิดเห็นของบุคลากรและนักศึกษา จำนวน 334 คน เห็นควรก่อสร้าง และ 1 คน ไม่ควรก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย เมื่อการคาดการณ์ล่วงหน้า 20 ปี จะมีค่าดำเนินการและบำรุงรักษาทางเศรษฐศาสตร์ 30.902 ล้านบาท และค่าดำเนินการและบำรุงรักษาทางการเงิน 35.530 ล้านบาท และด้านการบริหารและการจัดการ มหาวิทยาลัยฯ จะต้องจัดตั้งกองสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมขึ้นมาใหม่ แบ่งหน่วยย่อยออกเป็น ฝ่ายกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ฝ่ายบำบัดน้ำเสีย ฝ่ายระบายน้ำและรวบรวมน้ำเสีย ฝ่ายการคลังและฝ่ายธุรการ