Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ชัชวาลย์ พิพิศจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบหลักและองค์ประกอบ ย่อยสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนสังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 15 คน (อายุงาน 7 ปีขึ้นไป) จากลุ่มตัวอย่างของบุคลากรสายสนับสนุนหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย จำนวน 196 คน จากตารางเปรียบเทียบแคซี่มอร์แกน (Krejcie, R.V., and Morgan. D.W. 1970 : 607-610) เครื่องมือที่ใช้แบบบันทึก และแบบสอบถาม 2) เพื่อพัฒนารูปแบบ ตัวบ่งชี้และหลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร สายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 6 คน และบุคลากรสายสนับสนุนผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 15 คน (อายุงาน 7 ปีขึ้นไป) เครื่องมือที่ใช้ โดยเทคนิค MACR (Multi Attribute Consensus Reacting) 3) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างบุคลากร สายสนับสนุน จำนวน 196 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นแบบบันทึกและทดสอบความรู้ก่อนหลังจากการเข้าร่วมโครงการ ด้วยแบบทดสอบก่อนหลังจากผู้เข้าร่วมโครงการ (Post-test) ผลการวิจัยพบว่า ผลจากการวิจัยระยะที่ 1 1.1 จากผู้นักวิชาการทั้ง 6 ท่าน ได้วิเคราะห์และสรุปสมรรถนะสำหรับบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นำมาเป็นกรอบแนวคิด ได้ 6 ด้าน ประกอบด้วย1) ด้านการทำงานเป็นทีม 2) ด้านคุณธรรม จริยธรรม 3) ด้านการพัฒนาตนเอง 4) ด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ 5) ด้านการบริการ 6) การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ 1.2 จากการแจกแบบสอบถามกับบุคลากรสายสนับสนุนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 196 คน พบว่า บุคลากรภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมีระดับความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของสมรรถนะของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับดี ( = 3.95) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับดีทุกด้าน โดยเรียงลำดับความสำคัญค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้ ด้านคุณธรรมจริยธรรม ( = 4.00) รองลงมา ด้านการพัฒนาตนเอง ( = 3.97) ด้านการสั่งสมความเชี่ยวชาญ ในงานอาชีพ ( = 3.94) ด้านการทำงานเป็นทีม ( = 3.93) ด้านการบริการ ( = 3.93) และด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ ( = 3.91) ตามลำดับ ผลจากการวิจัยระยะที่ 2 2.1 การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนโดยใช้เทคนิค MACR (Multi Attribute Consensus Reacting) การประชุมอภิปรายแบบพหุลักษณะเพื่อหาฉันทามติ ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการประชุมอภิปรายแบบพหุลักษณะเพื่อหาฉันทามติ 3 ขึ้นตอน (King and others, 2001 : 137) ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 มิติสิ่งนำเข้า ขั้นตอนที่ 2 การหาฉันทามติ และขั้นตอนที่ 3 การสังเคราะห์ฉันทามติ 2.1.1 เชิญผู้เชี่ยวชาญซึ่งนักวิชาการทั้งภายในและภายนอก ทั้ง 6 ท่าน ผลจากระยะที่ 1 ซึ่งได้วิเคราะห์จากองค์ประกอบสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัย ราชภัฏมหาสารคาม นำมาเป็นองค์ประกอบ จำนวน 6 ตัว ได้แก่ 1) การทำงานเป็นทีม 2) คุณธรรมจริยธรรม 3) การพัฒนาตนเอง 4) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ 5) การบริการ และ 6) การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ 2.1.2 ผลการกำหนดน้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบสมรรถนะ สายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยการหาค่าฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 1) ตัวบ่งชี้ของการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัย ราชภัฏมหาสารคาม ด้านการทำงานเป็นทีม เป็นตัวบ่งชี้จากนักวิชาการ มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 6 ตัวบ่งชี้ คือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 81 – 94 พิสัยอยู่ระหว่าง 15 – 50 และ ไม่มีตัวบ่งชี้ที่นักวิชาการไม่มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 2) ตัวบ่งชี้ของการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ด้านคุณธรรมจริยธรรม เป็นตัวบ่งชี้จากนักวิชาการ มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 5 ตัวบ่งชี้ คือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 86 – 98 พิสัยอยู่ระหว่าง 10 – 30 และ ไม่มีตัวบ่งชี้ที่นักวิชาการไม่มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 3) ตัวบ่งชี้ของการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ด้านการพัฒนาตนเอง เป็นตัวบ่งชี้จากนักวิชาการ มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 5 ตัวบ่งชี้ คือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 86 – 96 พิสัยอยู่ระหว่าง 10 – 20 และไม่มีตัวบ่งชี้ที่นักวิชาการไม่มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 4) ตัวบ่งชี้ของการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัย ราชภัฏมหาสารคาม ด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นตัวบ่งชี้จากนักวิชาการ มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 5 ตัวบ่งชี้ คือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 85 – 96 พิสัยอยู่ระหว่าง 10 – 30 และไม่มีตัวบ่งชี้ที่นักวิชาการไม่มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 5) ตัวบ่งชี้ของการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัย ราชภัฏมหาสารคาม ด้านการบริการ เป็นตัวบ่งชี้จากนักวิชาการ มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 5 ตัวบ่งชี้ คือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 85 – 94 พิสัยอยู่ระหว่าง 10 – 30 และไม่มีตัวบ่งชี้ที่นักวิชาการไม่มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 6) ตัวบ่งชี้ของการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัย ราชภัฏมหาสารคาม ด้านการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ เป็นตัวบ่งชี้จากนักวิชาการ มีฉันทามติ จากพหุคุณลักษณะ 5 ตัวบ่งชี้ คือ มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 85 – 98 พิสัยอยู่ระหว่าง 10 – 20 และไม่มีตัวบ่งชี้ที่นักวิชาการไม่มีฉันทามติจากพหุคุณลักษณะ 2.1.3 กำหนดค่าคะแนนนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการหาฉันทามติ เพื่อให้ได้มาซึ่งตัวบ่งชี้ที่ดี ในองค์ประกอบย่อยการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยการให้ค่าน้ำหนักความสำคัญในแต่ละองค์ประกอบย่อย มีผลรวมของค่าน้ำหนักความสำคัญรวมกันเท่ากับ 1 พบว่า ตัวบ่งชี้ทั้ง 6 ตัวบ่งชี้มีค่าน้ำหนักความสำคัญที่ใกล้เคียงกัน คือ ค่าน้ำหนักความสำคัญอยู่ระหว่าง 0.12 – 0.14 แสดงว่า นักวิชาการมีความเห็นว่า ตัวบ่งชี้ทั้ง 6 ตัวบ่งชี้มีความสำคัญใกล้เคียงกัน โดยตัวบ่งชี้ที่มีค่าน้ำหนักความสำคัญสูงสุด คือ 0.14 ได้แก่ ด้านการทำงานเป็นทีม ส่วนตัวบ่งชี้ที่มีค่าน้ำหนักความสำคัญต่ำสุด คือ 0.12 ได้แก่ ด้านคุณธรรมจริยธรรม ผลจากการวิจัยระยะที่ 3 3.1 จากการให้บุคลากรที่เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็นแบบสังเกตการณ์ให้แสดงความรู้สึกการปฏิบัติงานภายในองค์กร โดยมีองค์ประกอบจากสมรรถนะทั้ง 6 ด้าน จากการแสดงความคิดเห็นดังนี้ โดยสรุปเป็น 2 หัวข้อ 3.1.1 คุณมีความประทับใจอย่างไรบ้างกับการปฏิบัติงานภายในมหาวิทยาลัย และกิจกรรมอะไรบ้างที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุด 3.1.2 ทำไมมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ถึงได้จ้างเรามาปฏิบัติงาน สรุปได้ว่า จากการแจกแบบประเมินกับบุคลากรสายสนับสนุนส่วนใหญ่มีความรู้ความสามารถสำหรับการปฏิบัติงานภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และมีความประทับใจสำหรับการร่วมกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยฯ ได้จัดขึ้นมา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของบุคลากรสายสนับสนุนได้เป็นอย่างดี และเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย ซึ่งการทำงานภายในองค์ทั้งหมดของบุคลากรสายสนับสนุนทุกคนต้องมีองค์ประกอบของ 6 ด้าน ของสมรรถนะมหาวิทยาลัยได้กำหนดไว้ เนื่องจากเป็นตัวสำคัญสำหรับการพัฒนาคน พัฒนางาน ให้บรรลุล่วงไปด้วยดี 3.2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเข้าร่วมโครงการก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการด้วยแบบทดสอบเกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะสายสนับสนุน ทั้ง 6 ด้าน ผลการทดสอบใช้แบบทดสอบแบบทดสอบเกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะสายสนับสนุน ทั้ง 6 ด้าน พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนทดสอบหลังเข้าร่วมโครงการสูงกว่าค่าเฉลี่ยคะแนนทดสอบก่อนเข้าร่วมโครงการ โดยคะแนนทดสอบก่อนเข้าร่วมโครงการมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10.52 คะแนน ส่วนคะแนนทดสอบหลังเข้าร่วมโครงการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.80 คะแนน ผลต่างเท่ากับ 8.28 คะแนน

คำสำคัญ

รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนA ModelDeveloping CompetenciesSupportive Personal

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำวิจัยของบุคลากรสายสนับสนุนระดับพนักงานปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ยุพา คลังสุวรรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2558

การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเพิ่มสมรรถนะผู้บริหารระดับสาขาวิชามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ประดิษฐ์ เอกทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2559

รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

สมาน ศรีสะอาด มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2559

การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของอาจารย์สถาบันการพลศึกษา

จตุรงค์ เหมรา สถาบันการพลศึกษา พ.ศ. 2555

การพัฒนาสมรรถนะทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยใช้โมเดลลำดับขั้นคุณลักษณะ สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี

เกียรติขร โสภณาภรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ. 2559

การพัฒนาบุคลากรด้านการทำวิจัยในชั้นเรียนของสถานศึกษาสังกัด อบต.บรบือ

สมชาย วงศ์เกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2558

การปฏิรูปการจัดการเรียนรู้ของอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

เนตรชนก จันทร์สว่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2559

ศึกษาการพัฒนาสมรรถนะที่เหมาะสมในการพัฒนาบุคลากรสายปฏิบัติการมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

ปาริชา มารี เคน มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2558

การศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของอาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์

สมใจ กงเติม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

แนวทางการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะหลักสำหรับบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

จตุพร เพ็งชัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560