Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การใช้ก๊าซคลอรีนไดออกไซด์เพื่อควบคุมคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของผลลำไย: บทบาทต่อภาวะรีดอกซ์ของกระบวนการผลิตพลังงานและการต้านออกซิเดชันระดับเซลล์

กอบเกียรติ แสงนิล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ภาวะหรือสถานะรีดอกซ์ในการผลิตพลังงานของไมโทคอนเดรียและการกำจัดอนุมุลอิสระมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและสภาพแวดล้อม รวมทั้งต่อการควบคุมเมแทบอลิซึม การเปลี่ยนแปลงศักยภาพรีดอกซ์ในไมโทคอนเดรียและการกำจัดอนุมุลอิสระอาจเกี่ยวข้องกับความเครียดออกซิเดชันซึ่งนำไปสู่การเสื่อมสภาพของพืช ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้ต้องการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงสถานะรีดอกซ์ในการผลิตพลังงานและการกำจัดอนุมูลอิสระกับการเสื่อมสภาพของผลลำไยพันธุ์ดอระหว่างการเก็บรักษา รวมทั้งศึกษาผลของก๊าซคลอรีนไดออกไซด์ (chlorine dioxide, ClO2) ต่อสถานะรีดอกซ์ในการผลิตพลังงานและการกำจัดอนุมุลอิสระ และต่อการชะลอการเสื่อมสภาพ การทดลองแรกเป็นการศึกษาผลของก๊าซ ClO2 ต่อสถานะรีดอกซ์ในการผลิตพลังงานระหว่างการเก็บรักษาผลลำไยพันธุ์ดอ โดยนำผลลำไยมารมด้วยก๊าซ ClO2 ความเข้มข้น 0 (ชุดควบคุม), 5, 10 และ 25 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นเวลา 10 นาที แล้วเก็บรักษาผลในกล่องกระดาษที่อุณหภูมิ 25?1 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 82?5% เป็นเวลา 7 วัน พบว่าปริมาณอะดิโนซีนไตรฟอสเฟต (adenosine triphosphate, ATP) และค่าการผลิตพลังงาน (energy charge, EC) รวมทั้งกิจกรรมของเอนไซม์ในการหายใจ ได้แก่ ซักซิเนตดีไฮโดรจิเนส (succinate dehydrogenase, SDH) และไซโทโครมซีออกซิเดส (cytochrome c oxidase, CCO) ของผลลำไยในชุดควบคุมลดลงตลอดการเก็บรักษา การลดลงนี้สัมพันธ์กับการลดลงของสถานะรีดอกซ์ในการผลิตพลังงานซึ่งวัดจากสัดส่วนปริมาณของนิโคตินาไมด์อะดีนีนไดนิวคลีโอไทด์ (nicotinamide adenine dinucleotide, NAD+/NADH) และยูบิควิโนน (ubiquinone, Q/QH2) รวมทั้งยังสัมพันธ์กับการเสื่อมสภาพของผลลำไยซึ่งประเมินจากการเกิดสีน้ำตาลและการเกิดโรค อย่างไรก็ตามในชุดที่รมด้วยก๊าซ ClO2 มีปริมาณ ATP และ EC กิจกรรมของ SDH และ CCO รวมทั้งสัดส่วนปริมาณ NAD+/NADH เพิ่มสูงขึ้นทันทีอย่างชัดเจนภายหลังการรมก๊าซและปรากฏผลอยู่เป็นเวลาถึง 4 วัน ในขณะที่สัดส่วนปริมาณ Q/QH2 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรก แต่เพิ่มขึ้นหลังการรมก๊าซแล้ว 4 วัน ทั้งนี้การรมด้วยก๊าซ ClO2 ความเข้มข้นสูง (10 และ 25 มิลลิกรัมต่อลิตร) มีประสิทธิภาพสูงกว่าการรมด้วยความเข้มข้นต่ำ (5 มิลลิกรัมต่อลิตร) แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสถานะรีดอกซ์และพลังงานที่เพิ่มขึ้นโดยก๊าซ ClO2 นี้เกี่ยวข้องกับการชะลอการเสื่อมสภาพของผลลำไยในระหว่างการเก็บรักษา การทดลองถัดมาเป็นการศึกษาผลของก๊าซ ClO2 ต่อสถานะรีดอกซ์ในการกำจัดอนุมุลอิสระระหว่างการเก็บรักษาผลลำไยพันธุ์ดอที่อุณหภูมิ 25?1 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 82?5% โดยนำผลลำไยมารมด้วยก๊าซ ClO2 ความเข้มข้น 0 (ชุดควบคุม), 5, 10 และ 25 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นเวลา 10 นาที แล้วเก็บรักษาผลในกล่องกระดาษเช่นเดียวกับการทดลองแรก พบว่าสถานะรีดอกซ์ในการกำจัดอนุมูลอิสระซึ่งวัดจากสัดส่วนปริมาณของแอสคอร์เบท (ascorbate, ASA/DHA) กลูตาไธโอน (glutathione, GSH/GSSG) และนิโคตินาไมด์อะดีนีนไดนิวคลีโอไทด์ฟอสเฟต (nicotinamide adenine dinucleotide phosphate, NADPH/NADP+) ของผลลำไยในชุดควบคุมลดลงตลอดการเก็บรักษา ขณะที่ในชุดที่รมด้วยก๊าซ ClO2 มีสัดส่วนเหล่านี้เพิ่มขึ้นทันทีอย่างชัดเจนหลังการรม แต่ลดลงหลังจากนั้น นอกจากนี้กิจกรรมของเอนไซม์ในการสร้าง NADPH ได้แก่ กลูโคส-6-ฟอสเฟต ดีไฮโดรจีเนส (glucose-6-phosphate dehydrogenase) และ 6-ฟอสโฟกลูโคเนท ดีไฮโดรจีเนส (6-phosphogluconate dehydrogenase) และกิจกรรมของเอนไซม์ในวัฏจักรแอสคอร์เบท-กลูตาไธโอน ได้แก่ แอสคอร์เบท เปอร์ออกซิเดส (ascorbate peroxidase) ดีไฮโดรแอสคอร์เบท รีดักเทส (dehydroascorbate reductase) โมโนดีไฮโดรแอสคอร์เบท รีดักเทส (monodehydroascorbate reductase) และกลูตาไธโอน รีดักเทส (glutathione reductase) เพิ่มสูงขึ้น โดยขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นของก๊าซ ClO2 นอกจากนี้ก๊าซ ClO2 ยังมีผลลดปริมาณไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และการเสื่อมสภาพของผลในเรื่องการเกิดสีน้ำตาลและการเกิดโรคระหว่างการเก็บรักษา ซึ่งการใช้ก๊าซ ClO2 ความเข้มข้นสูง (10 และ 25 มิลลิกรัมต่อลิตร) มีประสิทธิภาพสูงกว่าความเข้มข้นต่ำ (5 มิลลิกรัมต่อลิตร) ผลการทดลองเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สมดุลของสถานะรีดอกซ์ในการผลิตพลังงานและการกำจัดอนุมูลอิสระเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเสื่อมสภาพของผลลำไย และก๊าซ ClO2 มีผลปรับสมดุลของสถานะรีดอกซ์ในการผลิตพลังงานและการกำจัดอนุมูลอิสระ ทำให้สามารถลดและชะลอการเสื่อมสภาพของผลลำไยพันธุ์ดอระหว่างการเก็บรักษาได้

คำสำคัญ

Oxidative stressFree radical scavengingEnergy productionการกำจัดอนุมูลอิสระการผลิตพลังงานlongan fruit qualityredox statusความเครียดออกซิเดชันคุณภาพผลลำไยภาวะรีดอกซ์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การใช้กราฟีนเป็นตัวรองรับตัวเร่งปฏิกิริยาคอปเปอร์-ซิงค์ออกไซด์สำหรับการสังเคราะห์เอทานอลจากปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจนของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์: อิทธิพลของการเติมโคบอลต์และเหล็ก

ธงไทย วิฑูรย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2559

พฤติกรรมการดักและออกซิเดชันของมลพิษอนุภาคจากเชื้อเพลิงหมุนเวียนชีวภาพออกซิเจนเนต

ปรีชา การินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2557

การวิเคราะห์และการปรับปรุงสมรรถนะเซลล์เชื้อเพลิงชนิดออกไซด์แข็งร่วมกับ กระบวนการการผลิตไฮโดรเจน

อมรชัย อาภรณ์วิชานพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554

การปรับปรุงตัวเร่งปฏิกิริยาซิลิกาฐานชีวภาพสำหรับปฏิกิริยาการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเอทานอล

ธงไชย วิฑูรย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2561

Kesan terhadap penjanaan kuasa sel bahan api mikrob dengan kultur campuran yang diperkaya melalui pendedahan pada oksigen untuk jangka masa lama

พ.ศ. 2559

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์กากตะกอนดีแคนเตอร์ และกลีเซอรอลดิบ ในกระบวนการหมักร่วมก๊าซชีวภาพ

สุภาวดี ผลประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

การวิเคราะห์สมรรถนะและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์เชื้อเพลิงชนิดเยื่อแลกเปลี่ยนโปรตอนร่วมกับกระบวนการแก๊สซิฟิเคชันของสารชีวมวลและถ่านหิน

สุธิดา อรรถยานันทน์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2559

การพัฒนากระบวนการผลิตมีเทนจากกลีเซอรอลที่เป็นของเสีย จากกระบวนการผลิตไบโอดีเซล

มัลลิกา บุญมี มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2551

การผลิตไฮโดรเจนเพื่อใช้ในเซลล์เชื้อเพลิงด้วยกระบวนการออกซิเดชันบางส่วนของมีเทนโดยใช้โลหะว่องไวบนซีเรียมออกไซด์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา: ผลของโลหะว่องไวชนิดต่างๆ บนตัวซีเรียมออกไซด์

สุณิสา ศุภคณาพิทักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2557

ผลของคาร์บอนไดออกไซด์ต่อการผลิตไขมันและการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของสาหร่ายสีเขียวขนาดเล็ก Chlorella sp. และ Spirulina sp.

ครรชิต เงินคำคง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2557