กิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษากิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมที่ส่งเสริมสังคม พหุวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์จำนวน 10 กลุ่มที่เลือกศึกษาในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนอำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ลาหู่ ลัวะ ดาราอ้าง ไทยวน ไทเขิน ไทใหญ่ ไทลื้อ ไตหย่า และจีนยูนนาน และสร้างบทสรุปที่เป็นข้อเสนอแนะกลไกต่อการปรับตัวและเชื่อมโยงกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวของอำเภอแม่สายตามแผนพัฒนาท้องถิ่นต่อไป ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพในชุมชนวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์อย่างมีส่วนร่วมด้วยการประชุมกลุ่มย่อย การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแผนด้วยสถานการณ์ให้เป็นภาพในอนาคตร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า กิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมของทั้ง 10 กลุ่มชาติพันธุ์ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันในลักษณะของความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันภายใต้บริบทของเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและการเมืองท้องถิ่นอำเภอแม่สายและเป็นผลพวงส่วนหนึ่งของการพัฒนาท้องถิ่นที่ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์มีความเป็นพลวัติและลื่นไหลเปลี่ยนแปลงไป ด้วยเพราะที่ตั้งถิ่นฐานการดำรงชีพเป็นชุมชนกลุ่มวัฒนธรรมย่อยในวัฒนธรรมใหญ่ในท้องถิ่นอำเภอ แม่สายที่มีความหลากหลายแตกต่างกันไปตามถิ่นกำเนิด การสั่งสมสืบทอดทางประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเครื่องกำหนดและผ่อนปรนการปรากฏอยู่มีของกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมในวัฒนธรรมเฉพาะของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ในขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์ไทยวน ไทเขิน ไทลื้อ และจีนยูนนานมีตัวแบบทางวัฒนธรรมที่เด่นชัดผ่านประเพณีวัฒนธรรมในรอบปีที่มีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมาอย่างยาวนาน มีศาสนาสถานหรือจุดศูนย์รวมของผู้คน กลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ลาหู่ และไตหย่าพบถึงการปรับตัวทางสังคมและวัฒนธรรมในบริบทของการนับถือศาสนาใหม่ที่มีการผนวกรวมหรือลดทอนจารีตดั้งเดิมในรูปของวัฒนธรรมใหม่ กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ และไทใหญ่ยังคงมีแบบแผนวัฒนธรรมดั้งเดิมหากเพียงแต่ไม่มีเข้มข้นในการแสดงออกหรือสื่อสารต่อสังคมได้อย่างโดดเด่น และกลุ่มชาติพันธุ์ดาราอ้างที่ยังคงจารีตประเพณีวัฒนธรรมและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เป็นเครื่องร้อยรัดให้สังคมอยู่ร่วมกันตามแบบแผนดั้งเดิมเพื่อความอยู่รอดในสังคมปัจจุบัน ในขณะที่กิจกรรมการแสดงออกของแต่ละกลุ่มขึ้นอยู่กับประเพณีในรอบปีที่มีศาสนาและความเชื่อเป็นแกนกลาง มีเอกลักษณ์เฉพาะในประเพณีวัฒนธรรม พิธีกรรม ความเชื่อ ภาษา การแต่งกาย ดนตรีและการละเล่น อาหารและภูมิปัญญาท้องถิ่นเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งที่เป็นรูปแบบในวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม และการประยุกต์ร่วมสมัย แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องใช้ทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นฐานในการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับการผลิตสร้างชุดความรู้ใหม่เป็นจินตนาการที่ท้าทายจากการเลือกสรรไปสู่สิ่งที่ต้องการโดยการเสริมแรง การกระตุ้นและผลักดันที่เป็นกลไกสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ในแนวทางแรก คือ กลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ดาราอ้าง ลาหู่ ไทยวน ไทลื้อ และไทเขินต่างมีเป้าหมายที่จะใช้กิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชนที่ก่อให้เกิดรายได้ส่วนหนึ่งและการธำรงรักษาวัฒนธรรมในชุมชนด้วย ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ไทยวนค่อนข้างมีสมรรถนะสูงและสามารถที่จะบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วเพราะเป็นกิจกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่แต่ขาดการส่งเสริมจัดการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ขณะที่ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ไทเขินเริ่มก่อตัวรูปแบบกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมแต่ขาดการสนับสนุนความรู้ การเพิ่มทุนและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ลาหู่ ดาราอ้างและไทลื้อ ต้องเริ่มต้นที่กระบวนการของการจัดการวัฒนธรรม การจัดการความรู้ด้านการท่องเที่ยว และการส่งเสริมพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบและกระบวนการที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ ดังนั้นหน่วยงานองค์กรภาครัฐในท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาลในท้องถิ่น และสภาวัฒนธรรมท้องถิ่นจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการความรู้ทางวัฒนธรรม การผลิตท่องเที่ยวและบริการ การผลิตสินค้าทางวัฒนธรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มทุน การวางแผนงานโครงการช่วยเหลือและเชื่อมโยงพื้นที่การท่องเที่ยวให้เข้าสู่การท่องเที่ยวกระแสหลัก และเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ในอำเภอแม่สายที่เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่สำคัญ ในแนวทางที่สอง คือ กลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ และไทเขินจะเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ขยายกำลังการผลิตในรูปแบบของการค้า ส่วนกลุ่มอื่นจะต้องมีการสร้างพื้นที่ใหม่ในมิติทางเศรษฐกิจ แม้ว่าไม่ใช่กิจกรรมที่เป็นแบบแผนในวิถีชีวิตก็ตาม (ยกเว้นเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์จีนยูนนานที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว) แต่สามารถสร้างสมรรถนะของตนเองด้วยพื้นฐานของกิจกรรมทางสังคมหรือวัฒนธรรมที่มีอยู่ให้เป็นสิ่งสร้างที่จะทำให้สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจ การค้า และตลาดชายแดนในอำเภอแม่สาย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ไตหย่ามีสินค้าทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่มที่จะเกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจได้ ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ และไทใหญ่ จะต้องมีการจัดความรู้ทางวัฒนธรรม สร้างความมั่นคงในท้องถิ่น แล้วคัดสรรวัฒนธรรมเพื่อผลิตสร้างให้เป็นสินค้าชาติพันธุ์ที่จะทำให้เกิดเครือข่ายทางเศรษฐกิจผลิตสินค้าให้สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตลาดการค้าในอำเภอแม่สายที่จะเกิดเป็นพื้นที่การแสดงสินค้านานาชาติต่อไป