สารสกัดจากพริกเพื่อใช้เป็นยา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สารแคปไซซินเป็นสารสกัดจากพริกที่นำมามาพัฒนาเป็นเจลพริกเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์สำหรับใช้ เป็นยาทากายนอก รักษาอาการปวดต่างๆ เช่น การปวดปลายประสาทในโรคเบาหวานหรืองสวัดและการปวดเรื่อรัง จากโรคข้อเสื่อม ปัญหาที่พบจากการใช้เจลพริกเป็นยาทาภายนอกคือเกิดอาการแสบร้อนที่ผิวหนังหลังจากทา ผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นผลจากกลไกของแคปไซซินที่ออกฤทธิ์ไปกระตุ้นเซลล์ประสาทรับความรู้สึกโดยขับกับกับตัวรับที่ เฉพาะ คือ Transient receptor potential vanilloid 1 (TRPVI) ซึ่งสามารถถูกกระตุ้นและทำให้เกิดความรู้สึกแสบ ร้อนได้ เจลพริกได้รับความนิยมในการใช้น้อยเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ทนกับความรู้สึกแสบร้อนไม่ไม่ได้ การศึกษาวิจัย นี้มีความสนใจที่จะพัฒนาดำรับเจลพริกลดปวดให้มีการแสบร้อมลดลงแต่ยังคงมีปริมาณของแคปไซซินเท่าเดิมคือ 0.0125% โดยใช้สารสกัดจากพืช 2 ชนิด คือ ว่านหางจระเข้และฟัก มาใช้เป็นส่วนประกอบในตำรับเจลพริก ผลการ ทดสอบความแสบร้อนในช่วงเวลา 0-480 นาที หลังจากทาเจลพริกคำรับต่างๆ ในอาสาสมัคร 30 คน พบว่ารูปแบบ ความแสบร้อนเมื่อทาจลพริกแต่ละคำรับมีความคล้ายคลึงกันคือ จะเริ่มจากอาการดันที่ผิวหนังแล้วมีความรู้สึกร้อน และอาการแสบร้อนตามมา และค่อยๆ เพิ่มขึ้นขึ้นจนมีความแสบร้อนมากที่สุด ที่เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากนั้น ค่อยๆ ลดความรู้สึกแสบร้อนลง จนความรู้สึกแสบร้อนหมดไปที่ช่วงเวลา360 - 480 นาที โดยคำรับเจลพริกที่มี สารสกัดว่านทางจระเข้เป็นส่วนประกอบในคำรับสามารถช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนได้ 21.49% ส่วนตำรับที่มีสาร สกัดฟีกเป็นส่วนประกอบสามารถช่วยลดระดับความแสบร้อมของคำรับเจลพริกได้ 36.25% และแปรผันตามความ เข้มข้นของสารสกัด และความรู้สึกแสบร้อนมีความสัมพันธ์กับความแดงของผิวหนังที่เพิ่มขึ้นโดยมีค่า R 0.9584