Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

สถานะสุขภาพและพฤติกรรมของผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียมพื้นที่เขตเมือง : กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ปีพ.ศ. 2560

ศุภรัตน์ บุญนาค กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานะสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของผู้พักอาศัยอายุ18 ปีขึ้นไป ในคอนโดมิเนียมพื้นที่เขตเมืองปีพ.ศ. 2560 โดยศึกษาครอบคลุมลักษณะประชากร สถานะทางสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ศึกษากับประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร การสุ่มตัวอย่างอาสาสมัคร ใช้วิธีสุ่มแบบง่าย (Simple random sampling) โดยการจับฉลากหมายเลขห้องจากหมายเลขห้องทั้งหมดในคอนโดมิเนียมตามจำนวนตัวอย่างที่คำนวณไว้ เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบสอบถามจำนวน 471 ชุด และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมการวิเคราะห์ข้อมูลสำเร็จรูป ผลการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลลักษณะทางประชากร ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานะสุขภาพและพฤติกรรม ผลการวิจัยพบว่า ส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง ร้อยละ 58.6 อยู่ในช่วงอายุ 18-34 ปี ร้อยละ 61.4 ระดับการศึกษาสูงสุด จบปริญญาตรีหรือเทียบเท่าร้อยละ 46.8 อาชีพรับราชการร้อยละ 25.6 รองลงมาเป็นพนักงานบริษัทเอกชนร้อยละ 24.9 และว่างงาน ร้อยละ 20.3 โดยมีรายได้ต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 24.8 มีรายได้ รองลงมา มีรายได้ต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 22.5 และ 10,0001 – 20,000 บาท ร้อยละ 22.3 ส่วนใหญ่ภูมิลำเนาเกิดที่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 24.5 ทะเบียนบ้านปัจจุบันอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 38.9 สถานการพักอาศัยในคอนโด พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของห้องพัก ร้อยละ 56.7 รองลงมา เป็นผู้เช่า ร้อยละ 27.8 และครอบครัว/ญาติเจ้าของห้องพัก ร้อยละ 14.9 ระยะเวลาที่พักอาศัย พบว่า ส่วนใหญ่ พักอาศัยมากกว่า 1 – 2 ปี ร้อยละ 59.9 รองลงมา มากกว่า 6 เดือน - 1 ปี ร้อยละ 31.4 โดย มีผู้พักอาศัยในห้องจำนวน 2 คน ร้อยละ 46.3 พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีคนรู้จักหรือเพื่อนที่พักอาศัยในคอนโด(1 ถึง 5 คน) ร้อยละ 50.3 รองลงมาคือ ไม่รู้จักคนในคอนโด ร้อยละ 42.7 และรู้จักคนที่พักในคอนโด (ตั้งแต่ 6 ถึง10 คน) ร้อยละ 6.2 และทางด้านความสัมพันธ์ เมื่อพบปัญหาเจ็บป่วยฉุกเฉินจะปรึกษา เพื่อนในคอนโด ร้อยละ 47.7 รองลงมา ปรึกษานิติบุคคล ร้อยละ 20.5 และครอบครัว ร้อยละ 18.2 ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานะสุขภาพและพฤติกรรม ทางด้านสุขภาพ พบว่า เพศชาย มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในระดับน้ำหนักปกติ ร้อยละ 35.6 รองลงมา คืออ้วนระดับ1 ร้อยละ 28.9 และ เริ่มจะอ้วน(Pre-obese) ร้อยละ 24.2 สำหรับเพศหญิง มีระดับน้ำหนักปกติ ร้อยละ 46.9 รองลงมา น้ำหนักน้อย ร้อยละ 14.2 และเริ่มจะอ้วน(Pre-obese) ร้อยละ 21.6 ส่วนภาพรวม(เพศชายและหญิง) พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 42.2 อยู่ในระดับน้ำหนักปกติ รองลงมาคือ อ้วนระดับ 1 และ Pre-obese ร้อยละ 19.9 และ 18.3 ตามลำดับ เมื่อเจ็บป่วย ใช้สิทธิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ร้อยละ 22.8 รองลงมา ใช้มากกว่า 1 สิทธิ์ ร้อยละ 21.2 และใช้สิทธิ์ประกันสังคม ร้อยละ 17.4 โดยส่วนใหญ่ ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลเอกชนบ่อยที่สุด เท่ากับโรงพยาบาลรัฐบาล คือ ร้อยละ 47.6 และคลินิกเอกชนใกล้บ้าน ร้อยละ 8.7 การรับรู้สุขภาพในปัจจุบันของตนเอง พบว่า ส่วนใหญ่ตอบว่าอยู่ระดับดี ร้อยละ 50.3 รองลงมาตอบสุขภาพพอใช้ ร้อยละ 24.5 และดีมาก ร้อยละ 17.4 การตรวจสุขภาพประจำปีภายใน 1 รอบปีที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ตรวจสุขภาพประจำปี ร้อยละ 66.5 และการดูแลสุขภาพตนเอง ส่วนใหญ่ตรวจชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง มากที่สุด ร้อยละ 92.3 รองลงมาคือ ได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต ร้อยละ 85.9 และระดับน้ำตาลในเลือด ร้อยละ 75.4 การตรวจสุขภาพโดยบุคลากรสาธารณสุข ดังนี้ การตรวจวัดความดันโลหิต พบว่า ส่วนใหญ่ เคยได้รับการตรวจวัดความดันโลหิตโดยบุคลากรทางสาธารณสุข ร้อยละ 72.2 ในจำนวนนี้ ได้รับการตรวจครั้งสุดท้าย(ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา) ร้อยละ 67.1 รองลงมาระยะเวลา มากกว่า6 เดือน ถึง1 ปี ร้อยละ 22.2 และ ระยะเวลา มากกว่า 1 ปีถึง 2 ปี ร้อยละ 6.2 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ทราบผลการตรวจว่าอยู่ในระดับปกติ ร้อยละ 86.8 รองลงมาทราบผลการตรวจว่าอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 8.5 และไม่ทราบผล ร้อยละ 4.4 เมื่อสอบถามตัวเลขผลการตรวจ พบว่า จำค่าตัวเลขผลการตรวจไม่ได้ร้อยละ 79.4 นอกจากนี้ การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อหาเบาหวาน พบว่า ส่วนใหญ่เคยได้รับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อหาเบาหวาน โดยบุคลากรทางสาธารณสุข ร้อยละ 52.4 ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่ได้รับตรวจครั้งสุดท้ายภายในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 57.9 รองลงมา คือ มากกว่า 6 เดือน ถึง 1 ปี ร้อยละ 29.6 และ มากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี ร้อยละ 7.7 ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ ทราบผลการตรวจว่าอยู่ในระดับปกติ ร้อยละ 81.8 รองลงมาคือทราบผลการตรวจว่าอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 11.3และไม่ทราบ ร้อยละ 6.5 เมื่อสอบถามตัวเลขผลการตรวจ พบว่า จำค่าตัวเลขผลการตรวจไม่ได้ ร้อยละ 83.0 สำหรับ การตรวจวัดระดับไขมันในเลือด พบว่า ส่วนใหญ่ ไม่เคยได้รับการได้รับการตรวจวัดระดับไขมันในเลือด โดยบุคลากรทางสาธารณสุข ร้อยละ 51.0 รองลงมาคือ เคยได้รับการตรวจ ร้อยละ 49.0 ในกลุ่มที่เคยได้รับการตรวจ ส่วนใหญ่ร้อยละ 56.3 ระยะเวลาการตรวจครั้งสุดท้ายภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา รองลงมา คือ มากกว่า 6 เดือน –1 ปี และ มากกว่า 1 ปี –2 ปี ร้อยละ 28.6 และ 10.1 ตามลำดับ ส่วนใหญ่ร้อยละ 57.6ทราบผลการตรวจว่าอยู่ในระดับปกติ รองลงมาคือทราบผลการตรวจว่าอยู่ในระดับสูง และไม่ทราบ ร้อยละ 29.0และ 13.0ตามลำดับ โดยร้อยละ 83.5จำค่าตัวเลขผลการตรวจไม่ได้ ส่วนใหญ่ ไม่มีโรคประจำตัว ร้อยละ 74.5 รองลงมาคือ มีโรคประจำตัว ร้อยละ 25.5 ในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว พบว่า เป็นภูมิแพ้ ถึงร้อยละ 46.7 รองลงมาคือ ความดันโลหิตสูง ร้อยละ 17.5 และเบาหวาน ร้อยละ 7.5 ด้านดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์พบว่า เพศชาย ส่วนใหญ่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 70.3 เพศหญิงส่วนใหญ่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 51.8 ในภาพรวม(ทั้งเพศชายและหญิง) พบว่า ส่วนใหญ่ มีการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 59.4 และไม่ดื่ม ร้อยละ 40.6 สำหรับความถี่ในการดื่ม เพศชาย ส่วนใหญ่ ดื่มนาน ๆ ครั้งร้อยละ 62.8 ในขณะที่เพศหญิง ส่วนใหญ่ ดื่มนาน ๆ ครั้งมากถึง ร้อยละ 72 ภาพรวม พบว่า ส่วนใหญ่ ดื่มนาน ๆ ครั้ง ร้อยละ 67.5 ด้านการสูบบุหรี่ พบว่า เพศชาย ส่วนใหญ่ ไม่สูบบุหรี่ ร้อยละ 75.4 ภาพรวม(ทั้งชายและหญิง) ส่วนใหญ่ไม่สูบบุหรี่ ร้อยละ 86.2 ด้านการออกกำลังกาย พบว่า เพศชาย ส่วนใหญ่ มีการออกกำลังกาย ร้อยละ 82.6 สำหรับประเภทการออกกำลังกาย พบว่า ภาพรวม ส่วนใหญ่ มีการออกกำลังกายแบบปานกลาง ร้อยละ 67.7สำหรับความถี่ในการออกกำลังกาย(โดยเฉลี่ยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา) พบว่า เพศชาย ออกกำลังกาย 2 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 26.1 ในขณะที่เพศหญิง ออกกำลังกาย3 วัน ต่อสัปดาห์ ร้อยละ 33.3 ในภาพรวมมีการออกกำลังกาย โดยเฉลี่ยฯ 3 วันต่อสัปดาห์เพียง ร้อยละ 28.6 รองลงมาคือ 2 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 27.0 และ 1 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 16.0 การรับประทานอาหาร พบว่า เพศชาย มีการรับประทานอาหารในแต่ละวันโดยซื้อสำเร็จรูป ร้อยละ 71.3 เพศหญิงส่วนใหญ่ ซื้อสำเร็จรูป ร้อยละ 68.1 ภาพรวมในแต่ละวัน ส่วนใหญ่ ซื้ออาหารสำเร็จรูปมารับประทาน ร้อยละ 69.4 รองลงมาคือ ซื้ออาหารสดมาปรุงรับประทานเอง ร้อยละ 30.6นอกจากนี้ ความถี่ในการรับประทานผักและผลไม้สดชนิดต่าง ๆ รวมกันครึ่งกิโลกรัมต่อวัน พบว่า เพศชาย รับประทาน 1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 39.0 ขณะที่เพศหญิง ส่วนมากรับประทาน 1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 36.0 ในภาพรวม พบว่า รับประทาน 1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 37.6 รองลงมาคือ 3-4 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 27.8 และ ทุกวัน ร้อยละ 16.6 ความถี่ในการรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก(เช่น อาหารทอด) พบว่า เพศชายมีความถี่รับประทาน 3-4 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 36.9 ในขณะที่เพศหญิงส่วนมาก มีความถี่รับประทาน 1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 42.8 ในภาพรวมส่วนมากมีความถี่การรับประทานเท่ากันคือ ช่วง 1-2 วัน/สัปดาห์ และ 3-4 วัน/สัปดาห์ เท่ากันร้อยละ 36.7 รองลงมาคือ 5-6 วัน/สัปดาห์ และ ทุกวัน ร้อยละ 13.6 และ 11.3 ตามลำดับ ความถี่ในการดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานเช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน กาแฟ พบว่า เพศชาย ความถี่ในการดื่ม1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 32.8 มี รองลงมาคือ ทุกวัน ร้อยละ 24.6 และ 3-4 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 23.6 ในขณะที่เพศหญิงส่วนใหญ่มีความถี่ 1-2 วัน/สัปดาห์ รองลงมาคือ ทุกวัน ร้อยละ 20.7 และ 3-4 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 18.8 ตามลำดับ ในภาพรวมส่วนใหญ่ร้อยละ 36.7 มีความถี่ 1-2 วัน/สัปดาห์ รองลงมา คือ ทุกวัน และ 3-4 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 22.3 และ 20.8 ตามลำดับ ความถี่ในการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด ในเพศชายส่วนใหญ่ รับประทาน 1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 30.8 รองลงมาคือ ไม่ได้ปฏิบัติ ร้อยละ 25.6 และรับประทาน 3-4 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 22.1 ในขณะที่เพศหญิง รับประทาน 1-2 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 34.4 รองลงมาคือ ไม่ได้ปฏิบัติ ร้อยละ 22.8 และ 3-4 วัน/สัปดาห์ ร้อยละ 21.0 ในภาพรวมพบว่า รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด 1-2 วัน ร้อยละ 32.9 รองลงมา 3 - 4 วัน และ 5 - 6 วัน ร้อยละ 24.0 และ 15.7 ตามลำดับ ทางด้านสุขภาพจิต วัดระดับความเครียดโดยตอบคำถามของกรมสุขภาพจิต พบว่า เพศชาย มีระดับความเครียดน้อย ร้อยละ 56.9 เพศหญิงส่วนใหญ่มีระดับความเครียดน้อย ร้อยละ 53.6 ภาพรวม(ทั้งเพศชายและหญิง) ส่วนใหญ่มีระดับความเครียดน้อย ร้อยละ 55.0 รองลงมา เครียดปานกลาง ร้อยละ 30.8 และเครียดมากที่สุด ร้อยละ 7.9 (เช่น ปัญหาการนอน สมาธิน้อย หงุดหงิด เบื่อ ไม่อยากพบปะผู้คน) ด้านความสนใจต่อข่าวสารความรู้สุขภาพ พบว่า ภาพรวมส่วนใหญ่ มีความสนใจเรื่องอาหาร ร้อยละ 73.9 รองลงมา คือการออกกำลังกายร้อยละ 68.0 และการป้องกันโรค ร้อยละ 47.6 ด้านความต้องการที่เสนอให้คอนโดมิเนียมดำเนินการ พบว่า ภาพรวม ส่วนใหญ่ต้องการให้คอนโดมิเนียมจัดบริการดูแลด้านสุขภาพ (จัดให้มีแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาอบรมให้ความรู้เรื่องโรคและสุขภาพ) ร้อยละ 51.2 รองลงมาคือจัดให้มีสื่อประชาสัมพันธ์ป้องกันโรค(เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์) ร้อยละ 45.6 และจัดให้มีชมรมรักสุขภาพ ร้อยละ 39.9 ดังนั้นควรจัดกิจกรรมให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยงและประชาสัมพันธ์ ให้กับกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง เรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การป้องกันโรค รวมทั้งดูแลสุขภาพจิต เพื่อลดการเกิดโรคไม่ติดต่อที่เป็นภัยเงียบ ต่อไป

คำสำคัญ

พฤติกรรมhealth statusBehaviorsCondominiumคอนโดมิเนียมสถานะสุขภาพ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

รูปแบบการพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุในชุมชนม้งจังหวัดเพชรบูรณ์

นฤมล จันทร์มา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2564

เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมว่าด้วยเส้นทางชีวิตและกิจกรรมร่วมของครัวเรือนไทยภายใต้สถานการณ์ COVID-19

ธานี ชัยวัฒน์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พ.ศ. 2563

ความรอบรู้สุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพ และสถานะสุขภาพของประชากรวัยทำงานก่อนเข้าสู่สังคมสูงวัยของจังหวัดเพชรบูรณ์และพิจิตร

ไพฑูรย์ สอนทน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2565

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้สงอายุที่อาศัยในชุมชน

นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ พ.ศ. 2559

การวิเคราะห์องค์ประกอบรูปแบบการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร

จิรวุฒิ หลอมประโคน มหาวิทยาลัยสยาม พ.ศ. 2558

การศึกษาและพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างองค์กรชุมชนเข้มแข็ง กรณีศึกษาตำบลวังชมพู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

ธีระภัทรา เอกผาชัยสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2553

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อประเมินและจัดการปัญหาสุขภาพแก่บุคคลวัยผู้ใหญ่ในสถานประกอบการในชุมชนเมือง กรณีศึกษากลุ่มวังขนาย

ผกาวลี พุ่มสุทัศน์ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ พ.ศ. 2561

พฤติกรรมสุขภาพ และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น ปีการศึกษา 2550

เจตนิพิฐ สมมาตย์ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรขอนแก่น พ.ศ. 2551

ประสิทธิผลของรูปแบบการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุติดเตียงแบบมีส่วนร่วมของชุมชนจังหวัดปทุมธานี

ทัศพร ชูศักดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2564

การพัฒนาแบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อวัดสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุไทย

ธีระภัทรา เอกผาชัยสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2565