การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ช่วงชั้นที่ 3
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง ผลการเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้นโดยใช้เทคนิค การรู้คิดที่มีต่อการคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์ และความตระหนักทางสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัย ดร.สมบัติ อัปมระกา และคณะ ปีงบประมาณ 2551-2552 บทคัดย่อ สิ่งแวดล้อมศึกษา เป็นกระบวนการให้ความรู้แก่มวลมนุษย์ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถในการคิดให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนในการป้องกัน ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลการเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น โดยใช้เทคนิคการรู้คิดที่มีต่อการคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์ และความตระหนักทางสิ่งแวดล้อมของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จ านวน 15 คน จาก 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น โดยใช้เทคนิคการรู้คิด เครื่องมือที่ใช้ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้นโดยใช้เทคนิค การรู้คิด 3 ประการ คือ 1) ความสามารถเข้าใจได้ (Intelligibility) 2) ความสามารถเชื่อถือได้ (Plausibility) และ 3) ความสามารถในการน าไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง (Wide – Applicability) จ านวน 6 แผน ๆ ละ 3 ชั่วโมง และ แบบทดสอบวัดการคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์ 5 ด้าน จ านวน 54 ข้อ และแบบวัดความตระหนักทางสิ่งแวดล้อม จ านวน 47 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t–test ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. แผนการจัดการเรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้5 ขั้น โดยใช้เทคนิคการรู้คิด มีดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ .649 แสดงว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 64.00 2. นักเรียนโดยส่วนรวม ที่เรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น โดยใช้เทคนิคการรู้คิด มีคะแนนการคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์โดยรวมและเป็นรายด้านทุกด้าน เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. นักเรียนโดยส่วนรวมที่เรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น โดยใช้เทคนิคการรู้คิด มีความตระหนักทางสิ่งแวดล้อมโดยรวมอยู่ในระดับมาก ชื่อเรื่อง ผลการเรียนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผู้วิจัย นายนิคม เหล่าเจริญ และคณะ ปีงบประมาณ 2551-2552 บทคัดย่อ ภาษาไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นเอกลักษณ์ประจ าชาติและก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย ภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างมีคุณธรรม ท าให้สามารถประกอบธุรกิจการงาน และด ารงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างมีความสุข การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักการใช้ภาษาโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิดของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จ านวน 14 คน จาก 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด (Open –Approach) เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด จ านวน 6 แผน ๆ ละ 2 ชั่วโมง และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จ านวน 30 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t–test ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง หลักการใช้ภาษา โดยใช้รูปแบบ การสอนแบบเปิดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เท่ากับ 84.46 /83.80 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ 80/80 2. นักเรียนโดยส่วนรวม ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยรวมเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ื่อเรื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้วิจัย นายปฐมพงษ์ อัปมระกา และคณะ ปีงบประมาณ 2551-2552 บทคัดย่อ วิทยาศาสตร์มีความส าคัญต่อการพัฒนาความสามารถทางสติปัญญาของมนุษย์ท าให้คน ได้พัฒนาวิธีคิดให้มีความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ และคิดวิพากษ์วิจารณ์ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลาย และมีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขั้นพื้นฐาน โดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จ านวน 12 คน จาก 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใช้รูปแบบการสอน แบบเปิด (Open –Approach) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด จ านวน 6 แผน ๆ ละ 2 ชั่วโมง และ แบบทดสอบ 2 ชุด คือ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จ านวน 30 ข้อ แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน 8 ด้าน จ านวน 40 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t–test ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง สารและสมบัติของสารโดยใช้รูปแบบ การสอนแบบเปิด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เท่ากับ 85.65/85.83 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ 80/80 2. นักเรียนโดยส่วนรวม ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด มีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนโดยรวมเพิ่มขึ้นจากก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. นักเรียนโดยส่วนรวมที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบเปิด มีคะแนนเฉลี่ยทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานโดยรวมและเป็นรายด้าน 7 ด้าน เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05