แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครัวเรือนภาคการเกษตรในจังหวัดเพชรบูรณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนภาคการเกษตร และปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นหนี้ของครัวเรือนภาคการเกษตรในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสอบถามครัวเรือนตัวอย่างในเขตอําเภอหลุมสัก อําเภอวิเชียรบุรี และอําเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งสิ้น 400 ครัวเรือน โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นแบบมีตัวแปรที่ใช้อธิบายหลายตัว ผลการศึกษา พบว่า หัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุอยู่ระหว่าง 35 - 44 ปี มีการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีจํานวนสมาชิกในครัวเรือน 4-6 คน และมีจํานวนผู้พึ่งพิงในครัวเรือน 2 คน หัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 - 10,000 บาทต่อเดือนมีประสบการณ์อยู่ในภาคการเกษตร 16-20 ปี ทําการเกษตรประเภทพืชส่วนพืชไร่ โดยเลือกทํากิจกรรมการเกษตร 1-3 กิจกรรม และมีที่ดินในภาคการเกษตรที่ถือครอง 4-6 ไร่ นอกจากนี้ หัวหน้าครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นหนี้จากกองทุนหมู่บ้าน และมีมูลค่าหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือน จํานวน 132,362.8 บาท จากการเป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตรปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นหนี้ของครัวเรือน ได้แก่ จํานวนที่ดินในภาคการเกษตรที่ครัวเรือนถือครอง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเป็นหนี้ของครัวเรือนมากที่สุด และมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามรองลงมาได้แก่ จํานวนกิจกรรมการเกษตรที่ครัวเรือนเลือกทํา โดยมีความสัมพันธ์กับการเป็นหนี้ของครัวเรือนในทิศทางตรงกันข้าม ในส่วนของประเภทของการทำการเกษตร พบว่า หากครัวเรือนเลือกทําการเกษตรประเภทพืชสวนพืชไร่ จะมีผลทําให้จํานวนหนี้สินของครัวเรือนเพิ่มขึ้น และจํานวนผู้พึ่งพิงในครัวเรือน มีความสัมพันธ์กับการเป็นหนี้ของครัวเรือนในทิศทางเดียวกันครัวเรือนภาคการเกษตร มีความคิดเห็นต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคการเกษตรของรัฐบาลในภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วย ( X รวม = 4.00) และเมื่อพิจารณาเป็นรายได้พบว่าเกษตรกรมีความคิดเห็นอยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่งในด้านวิธีแก้ไขปัญหาหนี้สิน ( X = 4.51) และมีความคิดเห็นอยู่ในระดับเห็นด้วยในด้านความเหมาะสมของโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ( X = 4.17) และด้านความเชื่อมั่นของเกษตรกรต่อนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ( X = 3.67) แต่เกษตรกรยังมีความคิดเห็นอยู่ในระดับไม่แน่ใจในด้านประสิทธิภาพของการดําเนินนโยบายการแก้ปัญหาหนี้สินภาคการเกษตร ( X = 3.24)