การศึกษาแนวทางการปรับปรุงพื้นที่ภายนอกอาคารและระบบสัญจร เพื่อลดความเดือนร้อนจากกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ในกรุงเทพมหานคร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในการชุมนุมทางการเมืองแต่ละครั้งนั้น มักจะเกิดการปะทะกันของกลุ่มเจ้าหน้าที่ และผู้ชุมนุม มีการปิดล้อมพื้นที่ทางราชการ เป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมเข้าบุกรุกพื้นที่สำคัญได้ มีการทำลายทรัพย์สินทั้งของรัฐ รวมถึงสถานที่ราชการก็มักจะเป็นพื้นที่รวมกลุ่มชุมนุม มีการปิดล้อมไม่ให้ข้าราชการเข้าพื้นที่ ซึ่งถ้าเหตุการณ์เข้าขั้นรุนแรง อาจจะบานปลายถึงการทำลายทรัพย์สิน วางเพลิงตัวอาคารสถานที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของรัฐของแต่ละหน่วยงานก็ต้องเตรียมการป้องกันการบุกรุกทุก รูปแบบ สำหรับในสถานที่และอาคาราชการปัจจุบันนั้น มีการออกแบบและก่อสร้างตามกฏหมายควบคุมอาคารเป็นเกณฑ์ แต่ในรายละเอียดของกฏหมายนั้นมิได้ระบุในกรณีที่รองรับหรือป้องกันการเกิดเหตุชุมนุมต่าง ๆ นอกจากนี้การชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วงยังส่งผลกระทบในเรื่องการเคลื่อนที่และการปิดการจราจรของผู้ชุมนุมที่ผ่านมา พบว่าเริ่มมีความรุนแรงและเกิดปัญหาทวีคูณมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปี 2557 จากเหตุการณ์ที่ผ่านมามีการพยายามที่จะปิดล้อมสถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจของเมือง และปิดถนน เดินขบวนให้เกิดปัญหาทางกายภาพโดยเฉพาะการคมนาคมทางบก จุดเปลี่ยนถ่ายการคมนาคม และพื้นที่สาธารณะที่สำคัญของเมืองในกรุงเทพมหานคร เกิดผลกระทบต่อเนื่องทาง กายภาพ สังคม และเศรษฐกิจในชุดโครงการวิจัยนี้ได้กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อต้องการต้นแบบของการปรับปรุง สภาพแวดล้อมภายนอกอาคารและแนวทางการลำเลียงประชาชนออกจากพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมจากกลุ่ม ผู้ชุมนุมทางการเมืองจากชุดโครงการวิจัยพบว่าข้อมูลจากชุดโครงการย่อยที่ 1 เรื่องการปรับปรุงพื้นที่ภายนอกอาคารเพื่อป้องกันการบุกรุกของกลุ่มผู้ชุมนุม ทางการเมือง ในกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษา : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ข้อสรุปถึงแนวทางการปรับปรุงกายภาพของพื้นที่ดังนี้ 1) การแก้ปัญหาแนวรั้วและการเข้าถึงอาคาร โดยรั้วเดิมมีลักษณะที่ดีอยู่แล้วแต่ควรเพิ่มแนวไม้พุ่มที่มีกิ่งก้านเยอะ หรือมีหนาม เพื่อให้เกิดอุปสรรคในการปีนป่ายที่ยากลำบากขึ้น สำหรับการเข้าถึงตัวอาคารทาช่องเปิดต่าง ๆ ควรมีการสร้างระแนงไม้หรือเหล็กที่มีความแข็งแรง คงทน และให้กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมปิดกั้นด้านนอก 2) การแก้ปัญหารัศมีภูมิทัศน์ 5 เมตร ต้นไม้ใหญ่โดยรอบควรมีการเพิ่มพืชที่เกาะลำต้นไม้ใหญ่ และมีหนาม เช่นต้นหนาวแน่ขาว และริบกิ่งล่าง ๆ ทิ้ง เพื่อให้ใช้เป็นที่เกี่ยว หรือแขวนอะไรทั้งสิ้น 3) การแก้ไขปัญหากายภาพชั้นล่างและผิวอาคารที่เป็นช่องเปิด ควรติดฟิลม์นิรภัย รวมทั้งเพิ่มระแนงไม้หรือเหล็ก 4)การแก้ปัญหาทางสัญจรทางรถ ควรมีแนวเส้นทางวิ่ง และป้ายให้ชัดเจน รวมถึงการเพิ่มสัญญาณไฟสีเหลือง ตามจุดที่มีการเสี่ยงภัยหรือจุดใช้ทางร่วมด้วยกันสำหรับเส้นทางสัญจรของคนเดินเท้า ควรมีคีย์การ์ดในการเข้า-ออกอาคาร และบริเวณทางเดินควรมีแนวรั้วหรือราวป้องกันการปีนป่ายเข้าสู่อาคารส่วนโครงการย่อยที่ 2 เรื่อง การประยุกต์ใช้โครงข่ายการสัญจรอิสระเพื่อสร้างแนวทางการลำเลียง ประชาชนออกจากเคลื่อนที่และการปิดการจราจรของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ใน กรุงเทพมหานคร การวิจัยพบว่าเส้นทางที่มีการเคลื่อนที่และปิดจราจรทางการเมืองในกรุงเทพมหานคร มากที่สุด และถี่ที่สุด คือเขตพระนคร โดยมักอยู่บนเส้นถนนที่มีซอยย่อยสะสมมากซึ่งจะมีค่าคะแนนความสำคัญย่านย่อยสูง และเป็นถนนที่สำคัญเป็นเส้นทางหลักที่ใช้คมนาคมในระดับย่านย่อย บริเวณรัศมีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พบว่ามีจุดการเคลื่อนที่และปิดจราจาของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง บริเวณถนนพญาไท ถนนสุริวงศ์ ถนนราชดำริ และถนนสี่พระยา ซึ่งเป็นถนนที่มีค่า คะแนนสะสมในระดับสูงถึงปานกลาง ดังนั้นในยามเกิดเหตุที่ร้ายแรงเส้นทางที่จึงควรเลี่ยงเส้นทางที่มีค่าระดับย่านสูง บริเวณเส้นสีแดง และสีส้ม ควรเลือกเส้นทางที่มีค่าระดับย่านต่ำ เช่นถนนที่มีตรอกซอย แสดงในค่าระดับด้วยเส้นสีเขียวและเหลือง