ผู้ประกอบการสตรีที่เป็นเจ้าของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในช่วงเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ: ปัจจัยสำคัญในความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสมาชิก นวัตกรรมองค์การและความยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) ศึกษาปัจจัยด้านการแสวงหาโอกาส การจัดการความเสี่ยง ภาวะการประกอบการ ความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน นวัตกรรมองค์การและความยั่งยืน และ (2) ศึกษาอิทธิพลของการแสวงหาโอกาส การจัดการความเสี่ยง ภาวะการประกอบการ ความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน นวัตกรรมองค์การที่มีต่อความยั่งยืน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ประกอบการสตรี ที่ดำเนินธุรกิจใน 5 จังหวัด จำนวน 222 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติพรรณนาวิเคราะห์ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติอนุมานวิเคราะห์อิทธิพลเชิงโครงสร้างความสัมพันธ์ด้วยโปรแกรม SMAR-TPLS ผลการวิจัยพบว่า ผู้ประกอบการให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนรองลงมา คือ นวัตกรรมองค์การภาวะการประกอบการ ความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันการแสวงหาโอกาสและการจัดการความเสี่ยง โดยทุกปัจจัยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ผลการวิเคราะห์อิทธิพลเชิงโครงสร้างพบว่านวัตกรรมองค์การมีอิทธิพลทางตรงต่อความยั่งยืนของวิสาหกิจมากที่สุด รองลงมา คือ ความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกันมีอิทธิพลทางตรงต่อนวัตกรรมองค์การ ภาวะการประกอบการมีอิทธิพลทางตรงต่อความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน การจัดการความเสี่ยง มีอิทธิพลทางตรงต่อความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน ลำดับสุดท้ายการแสวงหาโอกาสมีอิทธิพลทางตรงต่อความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน นอกจากนี้การแสวงหาโอกาสมีอิทธิพลทางอ้อมต่อนวัตกรรมองค์การ โดยอ้อมผ่านความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การจัดการความเสี่ยงมีอิทธิพลทางอ้อมต่อนวัตกรรม โดยอ้อมผ่านความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและลำดับสุดท้ายภาวะการประกอบการมีอิทธิพลทางอ้อมต่อนวัตกรรม โดยอ้อมผ่านความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตามลำดับ