การใช้น้ำส้มควันไม้คลุกเมล็ดและราดดินควบคุมเชื้อ Sclerotium rolfsii Sacc. สาเหตุโรคกล้าเน่าของมะเขือเทศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การใช้น้ำสัมควันไม้คลุกเมล็ดและราดดินควบคุมเชื้อ Sclerotium rolfsii Sacc. สาเหตุ โรคกล้าเน่าของมะเขือเทศ การทดลองในปีที่ 2 คือ 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของน้ำส้มควันไม้ต่อการ จุ่มแช่เมล็ดเพื่อป้องกันโรค damping-off ในมะเขือเทศในเรือนทดลอง 2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ น้ำสัมควันไม้ในการราดดินเพื่อป้องกันกำจัดโรคกล้าเน่าของมะเขือเทศในเรือนทดองการ วางแผนการ ทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (Completely Randomized Design : CRD) มีทั้งหมด 11 สิ่งทดลองๆ ละ 4 ซ้ำ ดำเนินการวิจัยที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา เก็บข้อมูล โดยนับอัตราการงอกของเมล็ด และอัตราการรอดตาย นำมาคำนวณค่าร้อยละการงอก และ การรอดตาย หลังการปลูกเชื้อ การศึกษาครั้งนี้ใช้น้ำสัมควันไม้ 3 ชนิด คือ น้ำสัมควันไม้ที่ผลิตจาก ไม้ยูคาลิปตัส กะลามะพร้าว และไม้ไผ่ ที่ระดับความเข้มขันตั้งแต่ 10000 ppm, 200000 ppm, 40000 pprm และชุดควบคุมมีเชื้อ และไม่มีเชื้อ โดยวิธีการจุ่มแช่เมล็ด พบว่า เปอร์เซ็นต์ความงอกไม่ แตกต่างกันทางสถิติ แต่การใช้น้ำส้มควันไม้กะลามะพร้าว 400000 ppm มีเปอร์เซ็นต์ความงอกมาก ที่สุด 39:25 ขณะที่ชุดควบคุมไม่มีเชื้อมีเปอร์เซ็นต์ความงอกเพียง 30.50 ส่วนอัตราการรอดตาย พบว่า การใช้น้ำสัมควันไม้กะลามะพร้าว 400000 ppm มีอัตราการรอดตายสูงสุด 78.44 ขณะที่ชุดควบคุมไม่มี เชื้อมีอัตราการรอดตายต่ำสุดเพียง 57.29 ซึ่งมีความแตกต่างกันทางสถิติ และการใช้วิธีราดดินด้วย น้ำสัมควันไม้ พบว่า ชุดควบคุมดินมีเชื้อ มีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงสุด 51.09 ส่วนอัตราการรอดตาย พบว่า การราดดินด้วยน้ำส้มควันไม้ยูคาลิปตัส 20000 ppm มีอัตราการรอดตายสูงสุด 78.56 ขณะที่ ชุดควบคุมไม่มีเชื้อมีอัตราการรอดตายต่ำสุดเพื่อง 58.56 ซึ่งมีความแตกต่างกับทางสถิติ